ตอนที่ 7 ทางสายใหม่
เส้นชัย ไม่มาต้องไป
หามัน
รางวัล มีไว้ให้คน ตั้งใจ
ขวากหนาม ทิ่มแทงก่อนผ่านพ้นไป โลกนี้ไม่มีอะไรได้มาง่ายดาย
ใจ
สู้หรือเปล่า ไหว ไหมบอกมา โอกาส ของผู้กล้า ศรัทธา ไม่มีท้อ
เสียงเพลงที่ลอยผ่านหูของมารีย์
หญิงสาวที่กำลังหมดหวัง หมดหนทางกับการที่จะมีชีวิตต่อไป มารีย์ได้แต่นั่งเหม่อรอยในแววตาของเค้า
ที่กำลังคิดอะไรไปต่าง ๆ นา ๆ แต่เพลงที่เขาได้สัมผัสและรับรู้ถึงความรู้สึกของกวีที่แต่งออกมาชั่งไพเราะกินใจซะเหลือเกินมันทำให้คน
คนหนึ่งมีพลังที่จะก้าวเดินต่อไปในวันข้างหน้าถึงแม้ต้องเจออุปสรรคปัญหาหรือมีสิ่งกีดขวางอันใดจะหนักหนา
สาหัสซักเพียงใดก็ต้องผ่านมันไปให้ได้ เพราะชีวิตมีวันพรุ่งนี้อยู่เสมอ…..
ณ
กลางกรุงเมืองใหญ่
แสงแดดพระอาทิตย์ที่สาดส่องลงมาบนพื้นดินอันร้อนระอุในยามเที่ยงตรงไอร้อนก็เลยแพร่กระจายไปทั่ว
สำหรับคนที่หมดหวังก็ต้องเดินสู้ต่อไปถึงแม้จะร้อนสักเพียงใดก็ต้องอดต้องสู้
ภาพของหญิงสาวที่กำลังเดินหาห้องพักกลางแดดอันร้อนระอุสีหน้าแล้วไปเอาจาที่เหนื่อยล้า
และน้ำใสใสที่ไหลออกจากตาพร้อมทั้งเนื้อหาที่ท่วมตัวราวกับว่าฝนตกลงมาเค้าเดินตามหาห้องคอนวัน.
“หนู!!
หนูไหวไหม” เสียงป้าร้านข้าวพูดกับมารีย์ด้วยความเป็นห่วง
“เข้ามาพักก่อนก็ได้นะดูท่าทางแล้วหนูยังไม่ได้ทานข้าวกันเลยใช่ไหมเนี่ย”
มารีย์อึ้ง!
ไปในขณะหนึ่งเพราะเค้าไม่คิดว่าในเมืองกรุงอันใหญ่และโหดร้ายขนาดนี้จะมีคนใจดีที่ช่วยเหลือเขาในยามทุกข์ยาก
หรือยามที่หมดหนทางขนาดคนที่มีพระคุณอันสูงสุดของมารีย์ก็ยังขับไล่มารีย์ให้ออกจากบ้านได้
“ไหวค่ะ คุณป้าหนูไม่เป็นอะไร” มารีย์ตอบด้วยน้ำเสียงที่เข้มแข็ง
“ว่าแต่หนูจะเดินไปไหนหรอสะพายกระเป๋าใบใหญ่เชียวนะ” คุณป้าถามด้วยความสงสัย
“หนูกำลังเดินหาห้องพักราคาถูกถูกค่ะคุณป้าเพราะหนูไม่มีที่ไปแล้วค่ะ”มารีย์พูดด้วยความสงสาร
“อ๋อ......งั้นไม่ยากเลยหลังร้านป้ามีห้องพักว่างอยู่นะสนใจไหมราคาไม่แพงเดี๋ยวป้ายลดราคาให้”
“จริงหรอคะคุณป้าขอบคุณมากๆค่ะ” มารีย์พูดด้วยน้ำเสียงดีใจอย่างบอกไม่ถูก
“งั้นป้าพาไปดูห้องได้เลยค่ะ” มารีย์ก็เดินตามคุณป้าไปที่หลังร้าน
ห้องสี่เหลี่ยมเล็ก
ๆ ที่เต็มไปด้วยฝุ่นฟุ้งกระจายทั้งบนเพดานและพื้น
ราวกับว่าห้องนี้ไม่มีใครอยู่เราเป็น 10 ปีสภาพห้องเก่ามากแต่มารีย์ก็คิดในใจว่า “เอาว่ะมาถึงขนาดนี้แล้วเราต้องอยู่ให้ได้เราต้องอดทนเพื่อหางานทำเลี้ยงตัวเองให้มีชีวิตรอดไปวัน
ๆ”
“เป็นไงบ้างหนูอยู่ได้ไหมห้องมันไม่มีใครอยู่มานานแล้ว” คุณป้าถามมารีย์ไม่ต้องเสียอ่อนนุ่ม
“เออคือหนูอยู่ได้ค่ะ
มีปัญหา” มารีย์พูดด้วยเสียงสั่นคอและเบาเบา
“แต่คุณป้าขาราคาห้องเท่าไหร่เพราะตอนนี้หนูมีหนึ่งติดตัวไม่กี่พันเองนะคะ” มารีย์พูดดิเสียงน่าสงสารและอ่อนโยน
“เรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วงเลยเอาเป็นว่าป้าให้หนูอยู่ก่อนสักพักก็ได้ค่อยจ่ายทีหลังให้หนูหางานทำให้ได้ก่อนนะไม่ต้องคิดมาก” คุณป้าพูดด้วยเสียงเต็มใจและเป็นมิตร
“หนูต้องขอบคุณป้ามากๆนะคะที่สงสารและเมตตาในครั้งนี้หนูจะไม่ลืมบุญคุณค่ะ” มารีย์พูดด้วยเสียงอ่อนนุ่มและรู้สึกขอบคุณมากๆ
เช้าวันใหม่ที่สดใสแดดส่องกระทบพื้นดิน
ทำให้รู้สึกอบอุ่นพร้อมทั้งเสียงนกร้องยามเช้า ในเมืองกรุงเทพวุ่นวาย มารีย์ออกจากห้องสี่เหลี่ยมเล็ก
ๆ ออกตามหางานที่เขาต้องเลี้ยงตัวเองให้รอดในเมืองกรุง
มารีย์
เข้าไปสมัครงานหลายบริษัทแต่ก็ไม่มีการตอบรับจากเหตุผลต่าง ๆ นานาจึงทำให้เขาหมดหวังและสิ้นหวังที่จะเดินต่อไปมารีย์ได้นั่งพักที่หน้าโรงแรมแห่งหนึ่งปาดเหงื่อแล้วดื่มน้ำเย็นๆเพื่อให้ดับกระหายเค้าได้มองขึ้นไปที่โรงแรมให้นั้น
ถึงเห็นป้ายติดรับสมัครพนักงานต้อนรับทำให้มารีย์มีกำลังใจที่จะไปสมัครงานตอบมารีย์ก้าวเข้าไปที่โรงแรมอันหรูหรา
มารีย์มีความมั่นใจว่าครั้งนี้เค้าต้องได้ตำแหน่งพนักงานต้อนรับของโรงแรมแน่นอน
“สวัสดีค่ะสนใจติดต่อห้องพัก
ใช่ไหมคะ” เสียงพนักงานเคาน์เตอร์พูดด้วยความยินดี
“เอาป่าวแล้วค่ะคือหนูมาสมัครเป็นพนักงานต้อนรับค่ะ”
มารีย์พูดด้วยเสียงเป็นมิตร
จากนั้นมารีย์ก็ได้ไปพบผู้จัดการโรงแรมด้วยความที่มารีย์เป็นหญิงสาวที่สวย
มีรูปร่างดูดีจึงทำให้มารีย์ได้งานพนักงานต้อนรับ และผู้จัดการชอบในตัวมารีย์ จากภายนอกจึงทำให้มารีย์ได้เริ่มงานในวันพรุ่งนี้เป็นวันแรก
เวลาผ่านไปไม่กี่เดือนก็ทำให้มารีย์มีชีวิตที่ดีขึ้น มีงานทำมีเงินใช้เขาใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและใบหน้าอันเต็มไปด้วยรอยยิ้ม
ถึงแม้จะเจออุปสรรคปัญหาต่าง ๆ เราก็จะผ่านมันไปได้ถ้าเรายังไม่ย่อท้อเพื่อสู่เป้าหมายนั้น
บ่าวคำเลาะ

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น