วันศุกร์ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2560

บ่าวคำเลาะ เรื่องซุปตาหน้าปลอม : ตอนยังคอย

ตอนที่ 12 ยังคอย








ณ ใจกลางเมืองกรุง

มารีย์เอ้ย....ตื่นลูกตื่นมารีย์

 เสียงของแม่ในวันแรกของวันตอนเช้าๆ แต่มารีย์ก็มัวแต่นอนฝัน ไปว่าส่องกระจกดูตัวเองในกระจกเงามองตัวเองอย่างช้าๆจากนั้นมารีย์ก็รูปกระจกเบาๆ ทำไม มารีย์ ต้องเกิดมาตัวดำ ดูแล้วไม่ต่างอะไรจากลูกอีกาตัวหนึ่ง ผมมารีย์ ราวกับฝอยขัดหม้อ หน้าตาที่ไม่เหมือนชาวบ้านเค้า ทำไมต้องเป็นแบบนี้มารีย์ร้องไห้ จากนั้นเสียงแม่ก็ดังขึ้นอีกที..


อีมารีย์ มึงจะตื่นไหมมึงจะไปไหมโรงเรียน...แม่ตะโกนขึ้นด้วยเสียงดุร้ายราวกับเสียงฟ้าฟาดทำให้มาลีสะดุ้งขึ้นตื่นอย่างแรง แม่แก้วแม่ของมาลี เป็นคนรูปร่างเล็ก ขนาดไซด์หญิงสาวชาวบ้านผิวแดงดำ. เป็นคนที่พูดร้ายแต่จริงแล้วแม่แก้วเป็นคนที่ใจดีมาก คนละแวกนั้นจะรู้ว่าไม่แก้วใจดีและทำอาหารอร่อยมาก


จ้าแม่จ้า....ตื่นแล้วเดี๋ยวอาบน้ำก่อนนะแม่มารีย์ตอบด้วยคงามงัวเงีย
แล้วจากนั้นเสียงป้าเจ้าของห้องก็ตะโกนสุดเสียงว่า “นางมารีย์!!!!!!!” จากนั้นมารีย์ก็สะดุ้งตื่นขึ้นมาอย่างแรง “นี่ฉันฝันไปหรอทำไมเหตุการณ์มันเหมือนจริงจังเลย”


“จร้าป้ามีอะไรเหรอจ๊ะทำไมมาเรียกแต่เช้าเลยเนี่ยคนกำลังจะหลับจะนอน”    มารีย์พูดด้วยเสียงงัวเงียทั้งความโมโห

“นี่แกยังมีหน้ามาถามอีกหรอ. แกเข้าห้องเช่าฉันมากี่เดือนแล้วจะรู้มั้ย” คุณป้าพูดด้วยเสียงโหดร้ายและหน้าตาจริงจัง

“เออน่ะป้ารู้แล้วเดี๋ยวหามาจ่าย”

“ฉันให้เวลาแกอีกสองอาทิตย์ถ้ายังไม่เอามาจ่ายฉันจะเตรียมตัวเก็บข้าวของแกออกไปจากห้องฉันได้เลย.” แล้วป้าก็เดินจากไป

มารีย์ก็ได้แต่นั่งทรุดตัวลงที่หน้าประตู เอามือกอดเข่ามองไปที่รอบข้างเมืองอันแสนโหดร้าย เมืองที่ผู้คนมากมาย เมืองแห่งความเจริญเมืองศรีวิไลที่ใครใครต่างหลงใหลและใฝ่ฝันที่อยากจะเข้ามาแต่สำหรับมารีย์คนที่หมดหนทางไม่รู้จะเดินไปทางไหนมองไปรอบรอบยิ่งทำให้เขาคิดถึงบ้านในยามที่เขาไม่เหลือใครแม้กระทั่งป้าที่เคยใจดีแต่กลับมาตอนนี้ป้าคนนั้นก็หายไป

จนทำให้เค้านึกได้ว่าถ้าเขากลับบ้านไปพ่อแม่ก็ให้อภัยกับเขา และทุกสิ่งทุกอย่างทั้งหมดที่เกิดขึ้นจึงทำให้มารีย์ จำใจกลับบ้านเพื่อไปหาคนที่มารีย์รักอย่างแท้จริง เขาเก็บกระเป๋าเก็บของออกจากห้องสี่เหลี่ยมที่เคยอยู่ความเสียใจพร้อมกับน้ำตาที่ไหลอาบแก้มทำไมชีวิตมันหมดหนทางขนาดนี้แล้วมารีย์ก็ได้เดินออกจากห้องไป


สถานีรถไฟหัวลำโพง
กรี๊งๆๆๆๆๆ เสียงระฆังที่ชานชลาค่อยดังขึ้นผู้คนต่างรีบรถไฟเพื่อไปยังจุดหมายที่ตนเองตั้งใจไว้ มารีย์ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่เขาต้องนั่งรถไฟกลับบ้านเพื่อไปหาคนที่เขารักมารีย์ได้ก้าวขึ้นรถไฟพร้อมกับไปนั่งที่หมายเลข 24 ยิ่งทำให้เค้าคิดถึงคุณพ่อเค้ามากเพราะคุณพ่อเกิดวันที่ 24 มกราคม เค้ามองลอดหน้าต่างยิ่งทำให้น้ำตาเค้าอาบไหลแก้มลงมาหวนคำนึงถึงคนที่เขารัก


“หนูจ๊ะอาร์ผ้าเย็นเปล่าให้หนูเช็ดน้ำตานะ” คุณป้าพูดด้วยเสียงเป็นมิตรพร้อมกับยื่นผ้าเย็นให้มารีย์

“ขอบขอบคุณมากครับป้า”         มารีย์พูดด้วยเสียงสั่นเครือพร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมา

“หนูเป็นอะไรทำไมหนูร้องไห้ขนาดนี้”       คุณป้าทานความสงสัย

“คุณป้าคะหนูไม่มีที่ไป หนูหมดหนทางแล้วไม่รู้ในจะเดินไปทางไหนดีหนูก็เลยตัดสินใจที่จะกลับบ้านไปหาพ่อกับแม่เพื่อชีวิตหนูจะมีอะไรดีขึ้น”

“หนูคิดถูกแล้วแหละ หนูต้องกลับไปหาพ่อแม่ พ่อแม่คือพระอรหันต์ในบ้านที่คอยช่วยเหลือเราตลอดเวลาถึงแม้เราจะทำผิดร้ายแรงสักแค่ไหนพ่อแม่ก็ย่อมให้อภัยเราเสมอและคอยช่วยเหลือคอยแก้ปัญหาหาทางออกให้เราจนได้”

 บ้านริมคลองแสงแดดในยามเย็นสีทองสาดส่องมันทำให้มีความสุขอากาศเย็นๆลมพัดผ่านกลิ่นอายของบ้านทุ่งทำให้สุดชื่นราวกับอยู่บนสวรรค์

“หนูมาหาใครเหรอจ๊ะ”   เสียงในแก้วได้พูดทักทายมารีย์

“หนูมาหาพ่อกับแม่ค่ะ”   มารีย์พูดด้วยเสียงสั่นเครือ

“เขาคิดในใจว่าแม่เขาคงจำเขาไม่ได้เพราะเขาได้เปลี่ยนแปลงไปเยอะมากยิ่งเข้าเนื้อน้ำตาเค้ายิ่งหลายไม่หยุด”

“อ้าวหนูเป็นอะไรทำไมหนูร้องไห้ไม่หยุด” ด้วยความใจดีของแม่แก้วจึงเข้ามากอดและปลอบมารีย์

“หนูไม่มีหนทางที่จะไปค่ะมองไปทางไหนก็เจอแต่คนใจร้ายหนูกลับบ้านมาหาพ่อกับแม่ถึงพ่อกับแม่ท่านจะเคยไล่หนูออกจากบ้านแต่หนูก็ไม่เคยโกรธเครื่องท่าน เพราะหนูคิดว่าท่านคงมีเหตุผลในสิ่งที่ท่านทำ”

แม่แก้วเริ่มเอะใจว่าทำไมเรื่องราวมันเหมือนลูกของเราก็คือมารีย์ แม่แก้วปล่อยออกก่อนออกจากตัวมารีย์แล้วมองหน้าหมาที่จะชัดด้วยความที่มารีย์ปรับเปลี่ยนตัวเองภายนอกจนไม่เหลือมารีย์คนเดิมจึงทำให้มีแก้วใช้จะได้มั่นใจ

“มารีย์ ใช่ไหม ใช่ลูกแม่ใช่ไหม”    แม่แก้วพูดด้วยเสียงสั่นเครือทั้งน้ำตาที่ไหลออกจากตา

“ใช่ค่ะมารีย์เองแม่มาดูคิดถึงแม่และพ่อมาก” มารีย์พูดพร้อมกอดแม่อย่างแรง


ทั้งสองก็ได้ปรับความเข้าใจกันและพูดสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจะทำให้มารีย์ได้อยู่ในจุดนี้ จุดที่ตกต่ำที่สุดในชีวิตพร้อมทั้งพ่อเค้าที่เข้ามารับฟังเราให้อภัยเขา ในยามที่เขาไม่มีทางเดินจะทำให้เขามีชีวิตใหม่อีกครั้งที่ดีและอบอุ่นไม่อยากทำให้ครอบครัวของเขากลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง




บ่าวคำเลาะ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น