ตอนที่ 12 ยังคอย
ณ ใจกลางเมืองกรุง
“มารีย์เอ้ย....ตื่นลูกตื่นมารีย์”
เสียงของแม่ในวันแรกของวันตอนเช้าๆ
แต่มารีย์ก็มัวแต่นอนฝัน
ไปว่าส่องกระจกดูตัวเองในกระจกเงามองตัวเองอย่างช้าๆจากนั้นมารีย์ก็รูปกระจกเบาๆ
ทำไม มารีย์ ต้องเกิดมาตัวดำ ดูแล้วไม่ต่างอะไรจากลูกอีกาตัวหนึ่ง ผมมารีย์
ราวกับฝอยขัดหม้อ หน้าตาที่ไม่เหมือนชาวบ้านเค้า ทำไมต้องเป็นแบบนี้มารีย์ร้องไห้
จากนั้นเสียงแม่ก็ดังขึ้นอีกที..
“อีมารีย์
มึงจะตื่นไหมมึงจะไปไหมโรงเรียน...” แม่ตะโกนขึ้นด้วยเสียงดุร้ายราวกับเสียงฟ้าฟาดทำให้มาลีสะดุ้งขึ้นตื่นอย่างแรง
แม่แก้วแม่ของมาลี เป็นคนรูปร่างเล็ก ขนาดไซด์หญิงสาวชาวบ้านผิวแดงดำ.
เป็นคนที่พูดร้ายแต่จริงแล้วแม่แก้วเป็นคนที่ใจดีมาก
คนละแวกนั้นจะรู้ว่าไม่แก้วใจดีและทำอาหารอร่อยมาก
“จ้าแม่จ้า....ตื่นแล้วเดี๋ยวอาบน้ำก่อนนะแม่”
มารีย์ตอบด้วยคงามงัวเงีย
แล้วจากนั้นเสียงป้าเจ้าของห้องก็ตะโกนสุดเสียงว่า
“นางมารีย์!!!!!!!”
จากนั้นมารีย์ก็สะดุ้งตื่นขึ้นมาอย่างแรง “นี่ฉันฝันไปหรอทำไมเหตุการณ์มันเหมือนจริงจังเลย”
“จร้าป้ามีอะไรเหรอจ๊ะทำไมมาเรียกแต่เช้าเลยเนี่ยคนกำลังจะหลับจะนอน” มารีย์พูดด้วยเสียงงัวเงียทั้งความโมโห
“นี่แกยังมีหน้ามาถามอีกหรอ.
แกเข้าห้องเช่าฉันมากี่เดือนแล้วจะรู้มั้ย” คุณป้าพูดด้วยเสียงโหดร้ายและหน้าตาจริงจัง
“เออน่ะป้ารู้แล้วเดี๋ยวหามาจ่าย”
“ฉันให้เวลาแกอีกสองอาทิตย์ถ้ายังไม่เอามาจ่ายฉันจะเตรียมตัวเก็บข้าวของแกออกไปจากห้องฉันได้เลย.”
แล้วป้าก็เดินจากไป
มารีย์ก็ได้แต่นั่งทรุดตัวลงที่หน้าประตู
เอามือกอดเข่ามองไปที่รอบข้างเมืองอันแสนโหดร้าย เมืองที่ผู้คนมากมาย เมืองแห่งความเจริญเมืองศรีวิไลที่ใครใครต่างหลงใหลและใฝ่ฝันที่อยากจะเข้ามาแต่สำหรับมารีย์คนที่หมดหนทางไม่รู้จะเดินไปทางไหนมองไปรอบรอบยิ่งทำให้เขาคิดถึงบ้านในยามที่เขาไม่เหลือใครแม้กระทั่งป้าที่เคยใจดีแต่กลับมาตอนนี้ป้าคนนั้นก็หายไป
จนทำให้เค้านึกได้ว่าถ้าเขากลับบ้านไปพ่อแม่ก็ให้อภัยกับเขา
และทุกสิ่งทุกอย่างทั้งหมดที่เกิดขึ้นจึงทำให้มารีย์ จำใจกลับบ้านเพื่อไปหาคนที่มารีย์รักอย่างแท้จริง
เขาเก็บกระเป๋าเก็บของออกจากห้องสี่เหลี่ยมที่เคยอยู่ความเสียใจพร้อมกับน้ำตาที่ไหลอาบแก้มทำไมชีวิตมันหมดหนทางขนาดนี้แล้วมารีย์ก็ได้เดินออกจากห้องไป
สถานีรถไฟหัวลำโพง
กรี๊งๆๆๆๆๆ
เสียงระฆังที่ชานชลาค่อยดังขึ้นผู้คนต่างรีบรถไฟเพื่อไปยังจุดหมายที่ตนเองตั้งใจไว้
มารีย์ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่เขาต้องนั่งรถไฟกลับบ้านเพื่อไปหาคนที่เขารักมารีย์ได้ก้าวขึ้นรถไฟพร้อมกับไปนั่งที่หมายเลข
24 ยิ่งทำให้เค้าคิดถึงคุณพ่อเค้ามากเพราะคุณพ่อเกิดวันที่ 24 มกราคม เค้ามองลอดหน้าต่างยิ่งทำให้น้ำตาเค้าอาบไหลแก้มลงมาหวนคำนึงถึงคนที่เขารัก
“หนูจ๊ะอาร์ผ้าเย็นเปล่าให้หนูเช็ดน้ำตานะ” คุณป้าพูดด้วยเสียงเป็นมิตรพร้อมกับยื่นผ้าเย็นให้มารีย์
“ขอบขอบคุณมากครับป้า” มารีย์พูดด้วยเสียงสั่นเครือพร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมา
“หนูเป็นอะไรทำไมหนูร้องไห้ขนาดนี้” คุณป้าทานความสงสัย
“คุณป้าคะหนูไม่มีที่ไป
หนูหมดหนทางแล้วไม่รู้ในจะเดินไปทางไหนดีหนูก็เลยตัดสินใจที่จะกลับบ้านไปหาพ่อกับแม่เพื่อชีวิตหนูจะมีอะไรดีขึ้น”
“หนูคิดถูกแล้วแหละ
หนูต้องกลับไปหาพ่อแม่ พ่อแม่คือพระอรหันต์ในบ้านที่คอยช่วยเหลือเราตลอดเวลาถึงแม้เราจะทำผิดร้ายแรงสักแค่ไหนพ่อแม่ก็ย่อมให้อภัยเราเสมอและคอยช่วยเหลือคอยแก้ปัญหาหาทางออกให้เราจนได้”
บ้านริมคลองแสงแดดในยามเย็นสีทองสาดส่องมันทำให้มีความสุขอากาศเย็นๆลมพัดผ่านกลิ่นอายของบ้านทุ่งทำให้สุดชื่นราวกับอยู่บนสวรรค์
“หนูมาหาใครเหรอจ๊ะ” เสียงในแก้วได้พูดทักทายมารีย์
“หนูมาหาพ่อกับแม่ค่ะ” มารีย์พูดด้วยเสียงสั่นเครือ
“เขาคิดในใจว่าแม่เขาคงจำเขาไม่ได้เพราะเขาได้เปลี่ยนแปลงไปเยอะมากยิ่งเข้าเนื้อน้ำตาเค้ายิ่งหลายไม่หยุด”
“อ้าวหนูเป็นอะไรทำไมหนูร้องไห้ไม่หยุด”
ด้วยความใจดีของแม่แก้วจึงเข้ามากอดและปลอบมารีย์
“หนูไม่มีหนทางที่จะไปค่ะมองไปทางไหนก็เจอแต่คนใจร้ายหนูกลับบ้านมาหาพ่อกับแม่ถึงพ่อกับแม่ท่านจะเคยไล่หนูออกจากบ้านแต่หนูก็ไม่เคยโกรธเครื่องท่าน
เพราะหนูคิดว่าท่านคงมีเหตุผลในสิ่งที่ท่านทำ”
แม่แก้วเริ่มเอะใจว่าทำไมเรื่องราวมันเหมือนลูกของเราก็คือมารีย์
แม่แก้วปล่อยออกก่อนออกจากตัวมารีย์แล้วมองหน้าหมาที่จะชัดด้วยความที่มารีย์ปรับเปลี่ยนตัวเองภายนอกจนไม่เหลือมารีย์คนเดิมจึงทำให้มีแก้วใช้จะได้มั่นใจ
“มารีย์ ใช่ไหม
ใช่ลูกแม่ใช่ไหม” แม่แก้วพูดด้วยเสียงสั่นเครือทั้งน้ำตาที่ไหลออกจากตา
“ใช่ค่ะมารีย์เองแม่มาดูคิดถึงแม่และพ่อมาก”
มารีย์พูดพร้อมกอดแม่อย่างแรง
ทั้งสองก็ได้ปรับความเข้าใจกันและพูดสิ่งต่าง
ๆ ที่เกิดขึ้นจะทำให้มารีย์ได้อยู่ในจุดนี้ จุดที่ตกต่ำที่สุดในชีวิตพร้อมทั้งพ่อเค้าที่เข้ามารับฟังเราให้อภัยเขา
ในยามที่เขาไม่มีทางเดินจะทำให้เขามีชีวิตใหม่อีกครั้งที่ดีและอบอุ่นไม่อยากทำให้ครอบครัวของเขากลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง
บ่าวคำเลาะ

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น