วันจันทร์ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2560

เรื่องสั้น (เรื่องพระจากฟ้า) บ่าวคำเลาะ










รีวิวแนะนำหนังสือ เรื่องสั้น (เรื่องพระจากฟ้า)
พรจากฟ้า. บ่าวคำเลาะ
พิมพ์ครั้งแรก ตุลาคม 2560
ราคา 129
บรรณาธิการอำนวยการ : วัชรวร วงศ์กัณหา
บรรณาธิการ : จารุวัลย์ คนซื่อ
ภาพประกอบ : อนุวัฒน์ ทัพพิลา
จัดพิมพ์โดย สำนักพิมพ์ไทกาสิน
เลขที่ 13 หมู่ 14 ตำบลสงเปลือย อำเภอนามน จังหวัดกาฬสินธุ์ 46230
Blog : https://frameanuwat.blogspot.com
จัดจำหน่ายโดย บริษัท พิลาวัฒน์ จำกัด

เรื่องสั้น (เรื่องพระจากฟ้า)
             เป็นการรวมเรื่องราว 12 เรื่องสั้นของหญิงสาวผู้อาภัพ
             เรื่องราว ของหญิงสาวผู้ไม่เคยพอใจในใบหน้าของตนจึงเป็นเหตุให้ตัดสินใจทำศัลยกรรมแต่หญิงสาวต้องเจออุปสรรคต่างๆครอบครัวที่ไม่ยอมรับกับการตัดสินใจของเธอเขาจึงต้องหาเงินเพื่อทำศัลยกรรมด้วยตนเองทำให้ภารกิจครั้งนี้เป็นไปได้ยากแต่เขายังมีหวังและใจที่สู้ในภารกิจครั้งนี้

            เรื่องราวในหนังสือเล่มนี้จะสะท้อนให้เห็นการใช้ชีวิตของหญิงสาวคนหนึ่งที่มีหน้าตาเป็นปมด้อยจนทำให้เขาไม่กล้าเผชิญกับสังคมแต่ในความโชคร้าย ก็ยังมีความโชคดีที่เขาได้รับรางวัลในการเปลี่ยนชีวิตใหม่ขึ้นมาจนทำให้เขาได้มีหน้ามีตาในสังคมและมีจุดยืนพร้อมทั้งมีชื่อเสียงโด่งดังในแวดวงบันเทิง แต่ยังไม่พอชีวิตเขายังต้องอาภัพในเรื่องความรักที่สะท้อนให้เห็นว่าวงการมายาไม่มีความรักแท้หรือเที่ยงธรรมแต่อย่างใดแต่ความรักแท้จริงนั้นคือความรักจากพ่อแม่ที่คอยเป็นห่วงและยังรอคอยหวังว่าเธอจะกลับมา

รวม 12 เรื่องสั้นดังนี้
-โลกใบเดิมเดิม
-เปิดประตู
-พรจากฟ้า
-สิ่งที่หายไป
-ดีไม่พอ
-ไร้จุดหมาย
-ทางสายใหม่
-หลงลักยิ้ม
-ฟ้าเป็นใจ
-สานฝัน
-มายารัก


-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

  #ฝากติดตามผลงานการเขียนด้วยนะครับ



                                                                                               บ่าวคำเลาะ

วันศุกร์ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2560

บ่าวคำเลาะ เรื่องซุปตาหน้าปลอม : ตอนยังคอย

ตอนที่ 12 ยังคอย








ณ ใจกลางเมืองกรุง

มารีย์เอ้ย....ตื่นลูกตื่นมารีย์

 เสียงของแม่ในวันแรกของวันตอนเช้าๆ แต่มารีย์ก็มัวแต่นอนฝัน ไปว่าส่องกระจกดูตัวเองในกระจกเงามองตัวเองอย่างช้าๆจากนั้นมารีย์ก็รูปกระจกเบาๆ ทำไม มารีย์ ต้องเกิดมาตัวดำ ดูแล้วไม่ต่างอะไรจากลูกอีกาตัวหนึ่ง ผมมารีย์ ราวกับฝอยขัดหม้อ หน้าตาที่ไม่เหมือนชาวบ้านเค้า ทำไมต้องเป็นแบบนี้มารีย์ร้องไห้ จากนั้นเสียงแม่ก็ดังขึ้นอีกที..


อีมารีย์ มึงจะตื่นไหมมึงจะไปไหมโรงเรียน...แม่ตะโกนขึ้นด้วยเสียงดุร้ายราวกับเสียงฟ้าฟาดทำให้มาลีสะดุ้งขึ้นตื่นอย่างแรง แม่แก้วแม่ของมาลี เป็นคนรูปร่างเล็ก ขนาดไซด์หญิงสาวชาวบ้านผิวแดงดำ. เป็นคนที่พูดร้ายแต่จริงแล้วแม่แก้วเป็นคนที่ใจดีมาก คนละแวกนั้นจะรู้ว่าไม่แก้วใจดีและทำอาหารอร่อยมาก


จ้าแม่จ้า....ตื่นแล้วเดี๋ยวอาบน้ำก่อนนะแม่มารีย์ตอบด้วยคงามงัวเงีย
แล้วจากนั้นเสียงป้าเจ้าของห้องก็ตะโกนสุดเสียงว่า “นางมารีย์!!!!!!!” จากนั้นมารีย์ก็สะดุ้งตื่นขึ้นมาอย่างแรง “นี่ฉันฝันไปหรอทำไมเหตุการณ์มันเหมือนจริงจังเลย”


“จร้าป้ามีอะไรเหรอจ๊ะทำไมมาเรียกแต่เช้าเลยเนี่ยคนกำลังจะหลับจะนอน”    มารีย์พูดด้วยเสียงงัวเงียทั้งความโมโห

“นี่แกยังมีหน้ามาถามอีกหรอ. แกเข้าห้องเช่าฉันมากี่เดือนแล้วจะรู้มั้ย” คุณป้าพูดด้วยเสียงโหดร้ายและหน้าตาจริงจัง

“เออน่ะป้ารู้แล้วเดี๋ยวหามาจ่าย”

“ฉันให้เวลาแกอีกสองอาทิตย์ถ้ายังไม่เอามาจ่ายฉันจะเตรียมตัวเก็บข้าวของแกออกไปจากห้องฉันได้เลย.” แล้วป้าก็เดินจากไป

มารีย์ก็ได้แต่นั่งทรุดตัวลงที่หน้าประตู เอามือกอดเข่ามองไปที่รอบข้างเมืองอันแสนโหดร้าย เมืองที่ผู้คนมากมาย เมืองแห่งความเจริญเมืองศรีวิไลที่ใครใครต่างหลงใหลและใฝ่ฝันที่อยากจะเข้ามาแต่สำหรับมารีย์คนที่หมดหนทางไม่รู้จะเดินไปทางไหนมองไปรอบรอบยิ่งทำให้เขาคิดถึงบ้านในยามที่เขาไม่เหลือใครแม้กระทั่งป้าที่เคยใจดีแต่กลับมาตอนนี้ป้าคนนั้นก็หายไป

จนทำให้เค้านึกได้ว่าถ้าเขากลับบ้านไปพ่อแม่ก็ให้อภัยกับเขา และทุกสิ่งทุกอย่างทั้งหมดที่เกิดขึ้นจึงทำให้มารีย์ จำใจกลับบ้านเพื่อไปหาคนที่มารีย์รักอย่างแท้จริง เขาเก็บกระเป๋าเก็บของออกจากห้องสี่เหลี่ยมที่เคยอยู่ความเสียใจพร้อมกับน้ำตาที่ไหลอาบแก้มทำไมชีวิตมันหมดหนทางขนาดนี้แล้วมารีย์ก็ได้เดินออกจากห้องไป


สถานีรถไฟหัวลำโพง
กรี๊งๆๆๆๆๆ เสียงระฆังที่ชานชลาค่อยดังขึ้นผู้คนต่างรีบรถไฟเพื่อไปยังจุดหมายที่ตนเองตั้งใจไว้ มารีย์ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่เขาต้องนั่งรถไฟกลับบ้านเพื่อไปหาคนที่เขารักมารีย์ได้ก้าวขึ้นรถไฟพร้อมกับไปนั่งที่หมายเลข 24 ยิ่งทำให้เค้าคิดถึงคุณพ่อเค้ามากเพราะคุณพ่อเกิดวันที่ 24 มกราคม เค้ามองลอดหน้าต่างยิ่งทำให้น้ำตาเค้าอาบไหลแก้มลงมาหวนคำนึงถึงคนที่เขารัก


“หนูจ๊ะอาร์ผ้าเย็นเปล่าให้หนูเช็ดน้ำตานะ” คุณป้าพูดด้วยเสียงเป็นมิตรพร้อมกับยื่นผ้าเย็นให้มารีย์

“ขอบขอบคุณมากครับป้า”         มารีย์พูดด้วยเสียงสั่นเครือพร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมา

“หนูเป็นอะไรทำไมหนูร้องไห้ขนาดนี้”       คุณป้าทานความสงสัย

“คุณป้าคะหนูไม่มีที่ไป หนูหมดหนทางแล้วไม่รู้ในจะเดินไปทางไหนดีหนูก็เลยตัดสินใจที่จะกลับบ้านไปหาพ่อกับแม่เพื่อชีวิตหนูจะมีอะไรดีขึ้น”

“หนูคิดถูกแล้วแหละ หนูต้องกลับไปหาพ่อแม่ พ่อแม่คือพระอรหันต์ในบ้านที่คอยช่วยเหลือเราตลอดเวลาถึงแม้เราจะทำผิดร้ายแรงสักแค่ไหนพ่อแม่ก็ย่อมให้อภัยเราเสมอและคอยช่วยเหลือคอยแก้ปัญหาหาทางออกให้เราจนได้”

 บ้านริมคลองแสงแดดในยามเย็นสีทองสาดส่องมันทำให้มีความสุขอากาศเย็นๆลมพัดผ่านกลิ่นอายของบ้านทุ่งทำให้สุดชื่นราวกับอยู่บนสวรรค์

“หนูมาหาใครเหรอจ๊ะ”   เสียงในแก้วได้พูดทักทายมารีย์

“หนูมาหาพ่อกับแม่ค่ะ”   มารีย์พูดด้วยเสียงสั่นเครือ

“เขาคิดในใจว่าแม่เขาคงจำเขาไม่ได้เพราะเขาได้เปลี่ยนแปลงไปเยอะมากยิ่งเข้าเนื้อน้ำตาเค้ายิ่งหลายไม่หยุด”

“อ้าวหนูเป็นอะไรทำไมหนูร้องไห้ไม่หยุด” ด้วยความใจดีของแม่แก้วจึงเข้ามากอดและปลอบมารีย์

“หนูไม่มีหนทางที่จะไปค่ะมองไปทางไหนก็เจอแต่คนใจร้ายหนูกลับบ้านมาหาพ่อกับแม่ถึงพ่อกับแม่ท่านจะเคยไล่หนูออกจากบ้านแต่หนูก็ไม่เคยโกรธเครื่องท่าน เพราะหนูคิดว่าท่านคงมีเหตุผลในสิ่งที่ท่านทำ”

แม่แก้วเริ่มเอะใจว่าทำไมเรื่องราวมันเหมือนลูกของเราก็คือมารีย์ แม่แก้วปล่อยออกก่อนออกจากตัวมารีย์แล้วมองหน้าหมาที่จะชัดด้วยความที่มารีย์ปรับเปลี่ยนตัวเองภายนอกจนไม่เหลือมารีย์คนเดิมจึงทำให้มีแก้วใช้จะได้มั่นใจ

“มารีย์ ใช่ไหม ใช่ลูกแม่ใช่ไหม”    แม่แก้วพูดด้วยเสียงสั่นเครือทั้งน้ำตาที่ไหลออกจากตา

“ใช่ค่ะมารีย์เองแม่มาดูคิดถึงแม่และพ่อมาก” มารีย์พูดพร้อมกอดแม่อย่างแรง


ทั้งสองก็ได้ปรับความเข้าใจกันและพูดสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจะทำให้มารีย์ได้อยู่ในจุดนี้ จุดที่ตกต่ำที่สุดในชีวิตพร้อมทั้งพ่อเค้าที่เข้ามารับฟังเราให้อภัยเขา ในยามที่เขาไม่มีทางเดินจะทำให้เขามีชีวิตใหม่อีกครั้งที่ดีและอบอุ่นไม่อยากทำให้ครอบครัวของเขากลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง




บ่าวคำเลาะ

วันพฤหัสบดีที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2560

บ่าวคำเลาะ เรื่องซุปตาหน้าปลอม : ตอนมายารัก

ตอนที่ 11 มายารัก












โลกมายา......โลกที่เต็มไปด้วยความสวยงาม ทั้งหญิงและชายเป็นโลกที่ทุกคนต่างมองว่าดี มีชื่อเสียงมีฐานะ มีเกียรติยศในสังคมบุคคลเหล่านั้นต่างเป็นไอดอลของใครหลาย ๆ คนเพราะเขาเชื่อว่าสิ่งที่เขาเห็นในโลกของมายาเป็นสิ่งที่ดีเป็นแบบอย่าง แต่ทางกลับกันนั้นเป็นโลกอีกโลกของความโหดร้ายต่างแก่งแย่งแข่งขันเพื่อจะให้โดดเด่น และมีชื่อเสียงให้มากที่สุดแม้ว่าจะทำมาด้วยวิธีไหนเพื่อให้ตัวเองได้อยู่รอดในวงการมายาได้นานที่สุด

มารีย์หญิงสาวผู้เข้าไปในโลกของมายาเขามีชีวิตใหม่ ที่สดใสราวกับได้พรจากสวรรค์ที่สานฝันของเขาให้เป็นจริง ชีวิตของเขาต่างเพียบพร้อมในหน้าที่การงานเค้าเป็นซุปตาร์ชื่อดังของเมืองไทย ที่ใคร ๆ ต่างหลงใหลและชอบในตัวของเขา

ณ สยามพารากอน

แสงแดดที่สองกระทบลงพื้นคอนกรีตไอร้อนระอุลอยขึ้นกลางอากาศ เสียงผู้คนที่กำลังเดินความวุ่นวายเสียงรถไฟฟ้าที่กำลังเล่นอยู่มันทำให้รู้สึก ความเจริญมันมาไกลสักเพียงไหนตัวเราก็มาไกลได้เพียงเท่านั้น

วันนี้เป็นการเดินแบบงานแฟชั่นโชว์ ของนิตยสาร Vogue เป็นนิตยสารชั้นนำของประเทศไทยแล้วจะมีสื่อต่าง ๆ ทั้งในประเทศและนอกประเทศเข้ามาดูผลงานการเดินแบบในครั้งนี้ มารีย์ก็เป็นคนหนึ่งที่สื่อมวลชนจับตามองและติดตามทำข่าวสารอยู่ตลอดเวลา เพราะเค้าเป็นซุปตาร์ที่นิสัยดีมีมารยาททั้งในวงการและนอกองค์การจึงทำให้เขามีแฟนคลับและคนที่รักเขาเป็นจำนวนมาก


“สวัสดีค่ะหนูมาลีวันนี้สวยเลยนะ”           เสียงจากโมเดลลิงที่กล่าวทักทายมารีย์


สวัสดีค่ะคุณพี่ก็ไม่ขนาดนั้นค่ะปกติพี่”      มารีย์พูดด้วยน้ำเสียงเขินอาย


“คุณพี่ค่ะ ว่าแต่งานนี้มีสื่อต่างประเทศมาร่วมงานกับเราเยอะไหมคะ”  มารีย์พูดด้วยความสงสัย


“หนูไม่ต้องห่วงค่ามารีงานหมีมาเพียบค่ะแนวหน้าทั้งนั้น”


“อ๋อได้ค่ะโอเคเดี๋ยวจะทำงานนี้ให้ดีที่สุดระหว่างมนุษย์จะได้โกอินเตอร์นะคะ”


“แหม......จะเอาดังระเบิดสักแค่ไหนเชียวขนาดนี้ก็รับงานไม่หวาดไม่ไหวแล้วนะจ๊ะแม่คุณ”

เวลาผ่านไปไม่นานงานแฟชั่นโชว์ก็ได้จบลงก็มีโมเดลลิง คือพี่เอ ชายหนุ่มรูปร่างอวบอัน ผมสั่นสวมชุดเดรสเป็นเอกลักษณ์มาก เข้ามาหามารีย์และสอบถามมารีย์ว่า

“น้องสนใจที่จะไปเดินแบบต่างประเทศไหมคะ”

“เฮ้ย!!!นี่เราไม่ได้ฝันไปใช่ไหม”      มารีย์นึกในใจกับตัวเองว่าสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นนั้นเค้ากำลังจะได้ไปเดินแบบที่ต่างประเทศเพื่อโชว์สายตาของชาวต่างชาติให้เห็นความสวยงามของมารีย์ ด้วยความที่ดีใจมารีย์รีบตอบตกลงทันทีแล้วเค้าจะไม่ถามพี่เค้าไปว่า

“หนูต้องเตรียมตัวยังไงคะ” มารีย์ทำได้ความสงสัย

“หนูไม่ต้องทำอะไรมากเลยลูกแค่เตรียมใจให้พร้อมและฟิตหุ่นให้ดูสวยและเฟิร์มอยู่ตลอดนะจ๊ะเดี๋ยวพี่จะติดต่อกับไปอีกครั้งนะคะ”     แล้วพี่เอก็เดินจากไป

ขณะที่มารีย์กำลังจะกลับไปที่คอนโด เค้าได้ไปทานข้าวที่ ร้านอิตาเลียน เขาได้พบกับชัยหนุ่มคนหนึ่งรูปร่างสูง. ขาวจมูกคม ดวงตาเป็นแวววาวเวลามองช่างมีเสน่ห์เหลือเกิน ราวกับว่าหลุดออกมาจากเทพนิยายทำให้เขาหลงรักและมองชายคนนั้นไม่คาดสายตาจากนั้นสิ่งไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นชายหนุ่มเดินตรงเข้ามาที่โต๊ะอาหารของมารีย์และการทักทายมารีย์ว่า

“สวัสดีครับมารีย์มีคุณชอบทานอาหารอิตาเลียนหรอครับทำไมมาคนเดียวW

“ใช่ค่ะฉันชอบทำอาหารกินมาก”มารีย์ตอบด้วยน้ำเสียงเป็นมิตร

“ทำไมทานข้าวคนเดียวครับ ถ้าผมจะขอรับประทานด้วยคนจะเป็นการรบกวนไหมครับ” ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงเกรงใจพร้อมสีหน้าที่เป็นมิตร

“เอ๋ว่าแต่คุณชื่ออะไรคะ” มารีย์พูดด้วยความสงสัย

“ผมชื่อท็อปครับยินดีที่ได้รู้จักนะครับ”

จากนั้นเขาทั้งสองก็ได้ร่วมรับประทานอาหารกัน ด้วยหน้าตาที่ยิ้มแย้มและมีความสุขทั้งสองคนสั่งอาหารที่เขาชอบมากมาย รับประทานด้วยกันอย่างมีความสุขราวกับว่าร้านนี้มีแค่เขาเพียงสองคนที่กำลังทานอาหาอยู่ สบตากันไปมาตักอาหารและกันบ้างมันช่างเป็นการเดทครั้งแรกที่ประทับใจจริงๆ

เวลาผ่านไปไม่กี่เดือนก็ทำให้สองคนไม่มีความรักทำให้มารีย์คนที่เข้ามาดูแลชีวิตอีกครั้งหนึ่ง และสิ่งที่คู่รักหลายหลายคนไม่อยากให้เกิดขึ้นนั่นก็คือการนอกใจหรือการเลิกลา

“พี่ท็อปวันนี้แต่งตัวหล่อจังเลยวันนี้จะไปไหนหรอค่ะ”         มารีย์พูดด้วยเสียงอ่อนนุ่ม

“จะไปไหนก็ได้อย่ามายุ่งได้ไหมวันวันไม่ทำอะไรดูแต่ถามไปจับผิดอยู่นั่นแหละ” ท็อปพูดด้วยเสียงดุร้ายโหด

“ทำไมพี่พูดแบบนี้ล่ะแต่ก่อนไม่เห็นเป็นแบบนี้เลยหรือพี่มีคนใหม่”      มารีย์พูดด้วยน้ำเสียงกระแทกแดกดัน

“เออใช่พี่มีคนใหม่ที่เค้าสวยและพร้อมที่จะดูแลพี่”

“ทำไมพี่ทำกับมารีย์อย่างนี้ ทำไมบอกว่ารักเลยบอกว่าซื่อสัตย์กับมารีย์ตลอดแล้วพี่ทำแบบนี้ทำไมW

“พี่จะบอกให้นะมารีย์ คนเราอ่ะมันเลือกทางเดินกันได้พี่ก็มีทางเดินของพี่ส่วนมารีย์ก็มีทางเดินของมารีย์ถือว่าวันนี้พี่จะขึ้นความรักให้กันมารีย์”

“ไม่ต้องมาเอาความรักบ้า ๆ แบบนี้มาให้มารีย์เอาไปโยนให้หมาเลย”   แล้วกันกูไปเดินจากกันไป



ชีวิตในวงการมายาไม่ได้สวยงามเสมอไปและการบอกเลิกในครั้งนี้ทำให้มารีย์ เสียงานและตกเป็นข่าวเสียหายต่าง ๆ นานาจนทำให้เขาหมดทางเดิน งานทุกอย่างโดยยกเลิกร่วมกับงานที่ต้องไปเดินแบบที่ต่างประเทศก็ถูกตัดขาดทำให้ชีวิตเขาตกต่ำและย่ำแย่ที่สุดเพราะผู้ชายคนเดียว




บ่าวคำเลาะ

บ่าวคำเลาะ เรื่องซุปตาหน้าปลอม : ตอนสานฝัน

ตอนที่ 10 สานฝัน








ทุกคนบนโลกนี้ต่างมีความคิดและความฝันเป็นของตัวเอง แต่จะมีซักกี่คนที่เกิดมาเพียบพร้อม ทั้งหน้าตาความรู้ฐานะทางสังคม ที่ลงตัวไปทุกสิ่งอย่างเป็นที่ยอมรับแล้วจะมีสักกี่ล้านคนที่เค้าเดินตามความฝันของเขาด้วยตัวของเขาเอง ถึงแม้ความฝันนั้นจะไกลสักแค่ไหนแต่ถ้าเราก้าวเดินด้วยความเชื่อมั่นพร้อมทั้งเป้าหมายที่แน่วแน่เราก็จะถึงฝันในไม่ช้าก็เร็ว


มารีย์ก็เป็นอีกหนึ่งคนที่มีความหวังและฝันที่อยากจะเป็นคนที่ปีหน้ามีตาในสังคมเป็นที่รู้จักหรือที่เค้าเรียกว่าดารานั่นเอง



“จะไม่กลับหลัง ถ้ายังไม่ได้ ดี
เอ่ยถ้อยคำนี้ ต่อหน้าแม่พ่อวันจาก
สาบานผ่านฟ้า สัญญา ต่อดินถิ่นรัก
ก่อนลามาสู้งานหนัก ปักหลักสร้างตัวเมืองไกล”


เสียงหญิงสาวก็ดังขึ้นด้วยความไพเราะเสนาะหูนั่นคือเสียงของมารีย์ ที่กำลังร้องเพลงอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมที่เค้าพักผ่อนและใช้ห้องนั้นเป็นคอนเสิร์ตในการร้องเพลงของเขา มาริโอคิดอยู่ในใจว่า

“ทำยังไงดีเค้าอยากเป็นดารา แล้วก็เลยมองไปที่กระจกเหลือบเห็นตัวเองที่พร้อมภายนอกทุกอย่างทั้งรูปร่างที่ดูดีหน้าตาที่สะสวยมีเสน่ห์ ความสามารถที่เพียบพร้อมกับการจะเป็นดาราหรือนักแสดงนั่นเอง” เอาจริง ๆ แล้วหรือเธอหลงตัวเองไป


“ฉันจะเป็นดาราฉันจะทำให้ได้ฉันมีความฝัน........” เสียงมารีย์ร้องเพลงแบบโอเบล่า พร้อมทั้งสีหน้าที่สนุกสนาน

เช้าวันใหม่อากาศที่สดใส สายมอกบาง ๆ ที่พัดผ่านไปดวงอาทิตย์เริ่มทอแสงลงมาที่พื้นคอนกรีตกลางกรุงเมืองใหญ่ เมืองที่ไม่เคยหลับนอนเมืองผู้คนวุ่นวายหวังได้แข่งขัน ยิ่งทำให้มารีย์ได้หวนคิดถึงบ้านคิดถึงบรรยากาศที่อบอุ่นครอบครัวที่น่ารักแต่คิดแล้วก็อดโกรธไม่ได้ที่พ่อกับแม่ไล่มารีย์ออกจากบ้านแต่ถ้ามารีย์มี. งานและมีชื่อเสียงก็อาจทำให้พ่อแม่ยอมรับในตัวมารีย์ให้ได้

ณ โรงแรมปองดอง


“สวัสดีค่ะยินดีต้อนรับค่ะ”         เสียงมารีย์พนักงานตอนรับกล่าวด้วยเสียงยินดี

“เออคือว่าต้องการที่จะมาเช่าสถานที่ของโรงแรมถ่ายละครจะได้ไหมครับ”      เสียงชายหนุ่มรูปหล่อพูดด้วยความจริงจังด้วยสีหน้าที่สดใส

“สักครู่นะคะต้องแจ้งที่ผู้จัดการก่อนค่ะ”

“โอเคครับผมนั่งรอที่ล็อบบี้นะครับ”         เสียงชายหนุ่มพูดและมารีย์ก็เลยเดินจากไป

ณ ตอนนั้นมารีย์ก็เลยนึกในใจว่า “เฮ้ย....ดิโอกาสจะมาถึงแล้วหรอถึงจะได้อยู่ใกล้ดาราฉันต้องใช้โอกาสนี้ให้มีประโยชน์เพื่อฉันจะได้ออกกล้องแล้วเป็นดาราเหมือนเค้าสักทีความฝันฉันก็จะเป็นจริง.....”

“ผู้จัดการคะคือมีกองถ่ายละครเค้าต้องการสถานที่ของโรงแรมเราถ่ายทำละครหนึ่งฉากค่ะ”      มารีย์พูดกับผู้จัดการ

“ไม่มีปัญหาเริ่มถ่ายได้เลยตามสบายเดี๋ยวให้คนไปดูแลเขาด้วยล่ะ”     ผู้จัดการพูดกับมารีย์ด้วยเสียงเต็มใจ

“โอเคค่ะผู้จัดการเดี๋ยวหนูแจ้งทางกองถ่ายนะคะ.”   แล้วจากนั้นมานี่ก็ได้เดินไปบอกชายหนุ่ม

“คุณพี่คะผู้จัดการแจ้งมาว่าถ้าทำละครได้เลยค่ะตามสบายถ้ามีปัญหาอะไรแจ้งได้เลยนะคะ”

“แต่ถ้าพี่ขาดนักแสดงหรือตัวประกอบดูก็พอได้อยู่นะคะอิอิ”   มารีย์พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนนุ่มและทำท่ายาวยวนตามด้วยเสียงขำเล็กน้อย

“ฮ่าฮ่าฮ่า ได้เลยครับเดี๋ยวพี่จะแจ้งไปนะถ้าพี่ต้องการ” และพี่เขาก็เดินจากไป

ตอนนั้นภาพที่มารีย์เห็นภาพเต็มไปด้วยกองละครที่กำลังทำงานกันอย่างวุ่นวาย ตากล้องที่ถือกล้องถ่ายดาราในแต่ละฉาก ผู้กำกับที่คอยสั่งแต่ละเทป ช่างแต่งหน้าที่กำลังปัดแก้มและ ซับหน้าดาราที่กำลังถ่ายในฉากนั้นมันยิ่งทำให้ความฝันของมารีย์พองโตมารีย์เดี๋ยวไปแอบดูการถ่ายละครในครั้งนี้

“เฮ้ยใครน่ะออกมามันเข้ากล้อง”   เสียงผู้กำกับตะโกนดังลั่น

“เออมารีย์เองค่ะมาคอยดูแลและตรวจสอบค่ะ”      มารีย์พูดดำน้ำเสียงที่สั่นเครือ ด้วยสีหน้าที่ไร้ความมั่นใจ

“พี่คะคือเพื่อน นางเอกเค้าประสบอุบัติเหตุค่ะเค้ามาถ่ายละครกับเราไม่ได้”     เสียงจากหญิงสาวตัวเตี้ยพูดกับผู้กำกับด้วยน้ำเสียงที่ตกใจ

“เอาแล้วไงถามกูแล้วไงโอ้ยกูปวดหัวแล้วทำไงเนี่ย”   เสียงผู้กำกับพูดขึ้นพร้อมกับเอามือกุมหัว
ฟ้าเปิดทางหรืออะไรกันแน่ ที่ทำให้ฉันจะได้เป็นดาราในวันนี้จริง ๆ หรอมารีย์เงยขึ้นแล้วมองหน้าไปที่ผู้กำกับและส่งสายตาอันอ่อนหวานยาวยวนชวนให้หลงใหล เพื่อที่ตัวเองจะได้แสดงเป็นเพื่อนนางเอกในครั้งนี้

 “เออว่าแต่หนูพนักงานคนนี้ก็ใช้ได้นะเนี่ยรูปร่างหน้าตาเหมาะกับคาแรกเตอร์เพื่อนนางเอกเลยW

“หนูว่าไงได้ไหมพิมพ์”     ผู้กำกับพูดกับนางเอกด้วยเสียงสงสัย

“ได้ค่ะพี่หนูว่าก็โอเคเลย” เสียงพิมพ์พูดดังขึ้น

“เอองั้นหนูเล่นเป็นเพื่อนนางเอกแทนก่อนได้ไหมวันนี้”        ผู้กำกับพูดกับมารีย์ด้วยเสียงอ่อนนุ่มและจริงจัง

“ได้ค่ะไม่มีปัญหาเลยแต่ไม่เต็มที่นะคะ”     มารีย์พูดด้วยน้ำเสียงยินดีและใบหน้ามีความสุข

ฝันอันสูงสุดของฉันก็จะเป็นจริงฉันต้องทำออกมาให้ได้ จะต้องแสดงศักยภาพเพื่อให้ได้เข้าวงการมายามีชื่อเสียงโด่งดัง


จากนั้นมารีย์ก็แต่งหน้าพร้อมทั้งแต่งตัว เพื่อรอที่จะเข้าช้าฉากแรก เป็นฉากแรกมารีย์ทำได้ดีมากราวกับว่าเป็นนักแสดงมืออาชีพ ทำให้ผู้กำกับรู้สึกประทับใจและชอบ ในตัวเขามากในการแสดงครั้งแรกรู้สึกประทับใจและฉากนั้นเป็นฉากที่มารีย์ต้องร้องไห้กับนางเอก เค้าทำออกมาได้สมจริงราวกับว่าเป็นดาราแถวหน้าของเมืองไทย จึงทำให้มารย์สาวน้อยผู้มีความฝัน ได้เข้าโอกาสซุปตาร์เมืองไทยดาราดังได้เพียงข้ามคืน



บ่าวคำเลาะ

วันพุธที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2560

บ่าวคำเลาะ เรื่องซุปตาหน้าปลอม : ตอนฟ้าเป็นใจ

ตอนที่ 9 ฟ้าเป็นใจ






หญิงสาวผู้ที่เคยอยู่คนเดียวแต่วันนี้เค้ามีคนที่เข้ามาดูแลเอาใจใส่เทคแคร์และเป็นที่ปรึกษาในยามเจออุปสรรคปัญหาที่เขามาในชีวิตจนทำให้ชีวิตนี้มีสีสันและมีความสุขนั่นก็คือมารีย์มีคนรู้ใจเป็นชายหนุ่มรูปหล่อที่เข้ามาคบหาดูใจกับเขา แต่เวลาก็ได้พิสูจน์ความรัก ที่ชายหนุ่มมีต่อมารีย์หนึ่งก็คือความหลอกลวงอยู่ไม่นาน ชายหนุ่มกูจะพูดขึ้นว่า

“มารีย์วันนี้แต่งตัวสวยนะมารีย์มีอะไรพิเศษหรือเปล่า”        ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงหวาน


“มีสิ่!!!!!!!!”        มารีย์พูดด้วยน้ำเสียงดุดันและโหดร้าย


“อะไรเหรอจ๊ะพี่ตื่นเต้นนะ”


“แกดูรูปนี้สินี่มันผู้หญิงคนไหนแกนอกใจฉัน ทำไมทำกับฉันแบบนี้”    มารีย์ผู้ใดนำเสียงสั่นเครือและดุดันสีหน้าที่โหดร้าย


“มารีย์ใจเย็นๆก่อนน้ามันเป็นเรื่องเข้าใจผิด”


“จะผิดอะไรล่ะหลักฐานก็เห็นอยู่ทนโท่ อย่ามาแก้ตัวให้เสียเวลาเลยออกไป อย่ามายุ่งกับชีวิตของฉันอีก”   มารีย์พูดดิเสียงจริงจังเลยหน้าแดงเผื่อพร้อมกับน้ำตาอาบแก้ม


“พี่ขอโทษพี่ขอโอกาสได้ไหม”      จากนั้นใช้หนุ่มก็เลยเดินจากไป



เบื่อจริง กับ 'คำว่ารัก' เบื่อนักกับ 'คำว่าผิดหวัง'
เบื่อใจตัวเองที่ 'โง่อยู่ลำพัง' เบื่อใจเธอนั้นที่มา 'หลอกลวง'


จากความรักที่แสนหวาน กลายเป็นความรักที่ขื่นขมระทมใจของหญิงสาวผู้มีรักแท้กับชายหนุ่ม เขาที่ทุ่มเททั้งหัวใจให้กับชายคนที่ตัวเองรัก และภักดีแต่สุดท้ายแล้วสิ่งที่ได้รับนั่นก็ คือการหลอกลวงเป็นสิ่งที่ผู้หญิงทุกคนไม่อยากพบเจอกับความรักจอมปลอม มารีย์ก็ได้แต่นั่งนึกว่าทำไมเขาต้องมาเจอคนแบบนี้ ทั้งที่เค้าก็รักและหวังดีซื่อสัตย์ตลอดมา ไม่เคยนอกใจหรือจะหมดรักแต่อย่างใดแต่สิ่งที่เขาได้รับมันช่างสาสมซะเหลือเกิน


เค้าได้มองไปที่กระจกแล้วเห็นร่างตัวเองที่โทรมลงมาก นับวันยิ่งโทรมไม่สดใสเหมือนเดิมเพียงแค่ผู้ชายคนเดียวทำให้เขาเปลี่ยนแปลงไปขนาดนี้เลยใช่ไหม. มารีย์ได้แต่คิดนึกแต่สุดท้ายมารีย์ก็ได้พูดกับตัวเองว่า


“ก่อนที่จะรักใครเราต้องรักตัวเองให้มาก”   มารีย์พูดด้วยความจริงใจและใบหน้ายิ้มในกระจกมองตนเอง



มารีย์คิดในใจว่าถึงเวลาแล้วที่ต้องปรับเปลี่ยนให้ฉันดูดี และมีคุณค่าในตัวเองเพื่อสิ่งใหม่ ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิตของฉันทั้งอนาคตที่สดใสไม่ต้องไปจมปลักกลับเพียงแค่ผู้ชายคนเดียว หลังจากนั้นไม่นานมารีย์ก็ใช้ชีวิตอยากมีปกติ กับเพื่อนร่วมงานกับหัวหน้างานอย่างมีความสุขแล้วนะแต่ว่าละวัน เค้าก็มีกิจกรรมหลังเลิกงานคือการออกกำลังกายเพื่อที่จะให้หุ่นฟิตแอนด์เฟิร์มดูดีมากขึ้น



ณ โรงแรม ปองดอง


“สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับค่ะ”        มารีย์พูดต้อนรับลูกค้าที่มาโรงแรมความยินดี


“คือว่าต้องการห้องพักค่ะ”         เสียงลูกค้าก็ดังขึ้น


 มารีย์ได้เลยตะลึงกับความสวยของลูกค้าคนนั้น เค้าเป็นหญิงสาวผู้หุ่นดีผิวขาวราวกับสำลีจมูกคมได้ทรงทั้งรูปงาม ด้วยดวงตาอันกลมโตแวววาวดูน่าค้นหาลักยิ้มอันสดใส บนใบหน้ามันช่างทำให้ชวนมองและน่าหลงใหลซะเหลือเกิน

ความอยากในตัวมารีย์ก็เกิดขึ้นอีกครั้ง บวกกับความเสพติดศัลยกรรมของเค้าถึงจะเคยเกิดการผิดพลาดมาแล้ว แต่เค้าก็ยังรักที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดีขึ้น รักที่ศัลยกรรมเพื่อให้ตัวเองโดดเด่นและดูดีในสายตาคนอื่นอยู่เสมอ จึงเป็นเหตุให้เขาตัดสินใจทำศัลยกรรมครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิต

มารีย์ได้เตรียมตัวรับการผ่าตัดครั้งยิ่งใหญ่ทั้งใบหน้าของเขา เพื่อจะปรับเปลี่ยนใบหน้าให้สวยดุจดังสาวเกาหลีที่ออกมาจากซีรี่ย์ เทพนิยายที่เขาใฝ่ฝันบวกกับความมั่นใจและความกล้าที่จะพลิกชีวิตตัวเองให้ดูดีขึ้น ให้มีอนาคตที่สดใสราวกับว่าฟ้าหลังฝนสดใสเสมอ


“คนไข้พร้อมหรือยังครับ ทำใจให้สบายนะเชื่อฝีมือหมอได้เลยหมอจะทำออกมาให้ดีที่สุด”         คุณหมอพูดด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่นและอ่อนหวานพร้อมทั้งสีหน้าที่สดใส


“พร้อมค่ะ คุณหมอหวังว่าครั้งนี้คงไม่ผิดพลาดอะไรนะคะ”    มารีย์พูดด้วยน้ำเสียงหวาดกลัวและสีหน้ากังวล


“เชื่อมือคุณหมอ คุณหมอรับประกันความสวยของคนไข้แน่นอนครับ” จากนั้นก็เริ่มทำการผ่าตัดครั้งใหญ่การผ่าตัดในครั้งนี้ใช่เวลาราว 6 ชั่วโมง ครั้งในก็ผ่านไปได้ด้วยดีและไม่มีอุปสรรคใด ๆ



เวลาผ่านไปสามเดือน มารีย์เก็บตัวรักษาแผลที่ผ่าตัดศัลยกรรมปรับเปลี่ยนรูปหน้าครั้งยิ่งใหญ่ พร้อมทั้งรักษาแผลอย่างระมัดระวัง ไม่ให้เกิดข้อผิดพลาด ถึงวันที่หมอเรียกพบและตรวจร่างกายและผลลัพธ์ที่มารีย์มีใบหน้าที่สวยและเปลี่ยนเป็นคนใหม่ราวกับว่าสาวเกาหลีอย่างแท้จริง



บ่าวคำเลาะ