“มารีย์เอ้ย....ตื่นลูกตื่นมารีย์”
เสียงของแม่ในวันแรกของวันตอนเช้าๆ แต่มารีย์ก็มัวแต่นอนฝัน
ไปว่าส่องกระจกดูตัวเองในกระจกเงามองตัวเองอย่างช้าๆจากนั้นมารีย์ก็รูปกระจกเบาๆ
ทำไม มารีย์ ต้องเกิดมาตัวดำ ดูแล้วไม่ต่างอะไรจากลูกอีกาตัวหนึ่ง ผมมารีย์
ราวกับฝอยขัดหม้อ หน้าตาที่ไม่เหมือนชาวบ้านเค้า ทำไมต้องเป็นแบบนี้มารีย์ร้องไห้
จากนั้นเสียงแม่ก็ดังขึ้นอีกที..
“อีมารีย์ มึงจะตื่นไหมมึงจะไปไหมโรงเรียน...” แม่ตะโกนขึ้นด้วยเสียงดุร้ายราวกับเสียงฟ้าฟาดทำให้มารีย์สะดุ้งขึ้นตื่นอย่างแรง แม่แก้วแม่ของมารีย์ เป็นคนรูปร่างเล็ก ขนาดไซด์หญิงสาวชาวบ้านผิวแดงดำ. เป็นคนที่พูดร้ายแต่จริงแล้วแม่แก้วเป็นคนที่ใจดีมาก คนละแวกนั้นจะรู้ว่าไม่แก้วใจดีและทำอาหารอร่อยมาก
“จ้าแม่จ้า....ตื่นแล้วเดี๋ยวอาบน้ำก่อนนะแม่” เสียงมารีย์ดังขึ้นอย่าง่วงเงียเหมือนคนเพิ่งตื่นนอนใหม่ๆ จากนั้นมารีย์ก็รีบไปอาบน้ำแต่งตัวเพื่อไปตักบาตรกับพ่อ ที่ริมคลองโดยหลวงตาจะออกบิณฑบาตบนเรือ และมีเด็กวัดที่พายเรือให้หลวงตาทุกวันเขาชื่อทอง “รีบๆ เลยมารีย์เดี๋ยวหลวงตาก็จะมาแล้วเดี๋ยวไม่ทันใส่บาตรเอานะแม่เตรียมกับข้าวให้ลูกแล้ว” อีกไม่นานมารีย์ก็แต่งตัวเสร็จพร้อมกับใส่ชุดนักเรียนที่แม่เตรียมไว้ให้อย่างน่ารัก เขารีบใส่รองเท้าแล้วเดินไปเอาหม้อข้าวที่แม่เตรียมไว้ให้อย่างรวดเร็ว ตามประสาเด็กเขาก็ไม่คิดว่าเค้าจะไม่หกล้มแต่เค้ารับหม้อข้าวจากแม่แล้ว เขาก็รีบเดินไปแล้วเขาก็สะดุดไม้ที่ขวางอยู่ข้างหน้าล้ม “ว๊ายยยยย..ตายแล้ววว” ทำให้ข้าวกระจัดกระจายเต็มไปหมดแล้วมารีย์ก็ในมองไปดูแม่ แม่เลยพูดขึ้นมาว่า “โถนางมารีย์แกเนี่ยไม่ดูตาม้าตาเรือเลยนะ...มามาเอาข้าวใหม่ต่อไปอย่าทำแบบนี้อีกล่ะ” แม่พูดด้วยสีหน้าตึงเครียดแต่แม่ก็ยังใจดีตักข้าวให้ใหม่
โรงเรียน:
เช้าวันจันทร์ที่สดใสพระอาทิตย์
ส่องแสงลงมายังพื้นดินทำให้หญ้าเขียวคะจี เหมือนโลกใบนี้สดใสราวกับอยู่สวรรค์ โรงเรียนอันแสนน่าเรียนของมารีย์เต็มไปด้วยต้นไม้ที่สวยงาม
ทั้งต้นไม้ใหญ่และต้นไม้เล็กมารีย์มองไปรอบรอบโรงเรียนเจอเพื่อนๆ ที่น่ารักทุกคนวิ่งเล่นกันสนุกสนาน
พราว และพลอยก็ยังไม่มาทำให้มะลิต้องอยู่คนเดียวรอเพื่อนมาแล้วค่อยจะมีเพื่อนเล่นระหว่างเข้าแถวเคารพธงชาติตอนเช้า
จากนั้นพี่ทองก็ได้เดินมา
พี่ทองใส่เสื้อนักเรียนตัวเก่ากางเกงตัวใหญ่ซึ่งไม่เหมาะกับตัวของพี่ทองเลยพร้อมทั้งสะพายย่ามของหลวงตาใบสีเหลืองแทนกระเป๋านักเรียนที่ต้องใส่ของมาเรียนทุกวัน
ทอง “อ้าวมารีย์รอใครหรอ” ทองทำสีหน้าสงสัยแล้วสะกิดมารีย์เบาเบา
“มารีย์รอพราวกับพลอยอยู่ไม่รู้ทำไมวันนี้มาสายจังเลยมารีย์ไม่มีเพื่อนเล่นอ่าพี่ทอง”
“เออน่าเดี๋ยวก็มางั้นพี่เอาของไปเก็บก่อนนะ” จากนั้นทางก็รีบวิ่งไปที่ห้องเรียนของตัวเองเพื่อไปเก็บของเตรียมเข้าแถวเคารพธงชาติ
โรงอาหารโรงเรียน:
เที่ยงตรง ณ
โรงอาหารโรงเรียนหลังจากที่มารีย์และเพื่อนเพื่อนเรียนในภาคเช้าเสร็จ
โรงอาหารที่ร้อนระอุราวกับทานข้าวอยู่กลางเปลวไฟ
เพื่อนเพื่อนวัยรุ่นก็ต่างต่อแถวเพื่อซื้ออาหารไปรับประทาน เมื่อมารีย์ และเพื่อนพราว พลอย
ก็กำลังจะเดินไปต่อแถวจากเพื่อนวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งที่กำลังต่อแถวซื้ออาหารเหมือนกัน
ก็ได้บมองมารีย์ด้วยสายตาน่ารังเกียจ หัวหน้าแก๊งค์กลุ่มนั้นชื่อใหญ่
มองด้วยสายตาเหยียดหยามตั้งแต่หัวจรดเท้าเขามารีย์ ทำให้มารีย์
ไม่กล้าสู้หน้าเลยทีเดียว
แล้วใหญ่ก็เลยอุทานออกมาว่า. “ว๊าย!!!! พราวพลอย ก็ยังกล้าไปกับตัวประหลาดอีกหรอฉันนึกว่าไม่ใช่คนแกดูสิตัวก็ดำ หัวก็หยองอะไรก็ไม่รู้ ทำไมแกเล่นกับมันได้อ่ะ นางมารีย์อย่างกับตัวประหลาดถ้าฉันเป็นแกนะฉันไม่กล้ามาโรงเรียนนะอายเพื่อนที่หน้าแบบนี้ ประหลาดไม่เหมือนเพื่อน” แล้วเสียงหัวเราะก็ดังขึ้นของเพื่อนเพื่อนในกลุ่มของใหญ่ที่หัวเราะเยาะเย้ยมารีย์อย่างสะใจ
มารีย์ก็รีบวิ่งหนีออกจากโรงอาหารด้วยสีหน้าเครียดตาแดงเผื่อไม่น้ำตากำลังจะไหลลงมา รีบวิ่งไปที่ห้องเรียนของเขาแล้ว ก็ปล่อยโฮออกมาร้องไห้อย่างแรง พราวกับพลอย. ก็ได้วิ่งตามเข้ามาที่ห้องเพื่อจะปลอบโยนมารีย์ให้กลับไปทานข้าว มารีย์ก็ได้พูดขึ้นว่า
“แกไม่ต้องมาสนใจฉันหรอกฉันเป็นตัวประหลาดมันน่าอายถ้าพวกแกเล่นกับฉันแล้วพวกแกก็จะโดนเพื่อนรอเพื่อนบ้าอยู่แบบนี้แหละเพราะแกไม่อายเค้าหรอ” มารีย์พูดยังเสียใจด้วยน้ำตา พราวและพลอยก็เลยเดินจากมารีย์ไปแล้วด้วยแต่ลูบหลังมารีย์ มันยิ่งทำให้มารีย์ร้องไห้ใหญ่ก็เดิม
จากนั้นมารีย์ก็เดินกลับบ้านอย่างร่างไร้ตัวตนด้วยกระเป๋าหนึ่งใบ เขามองไปรอบข้างเหมือนไม่มีใครสนใจเค้าไม่ต้อนรับในตัวเขา ตอนนี้มารีย์ก็คิดในใจว่าเค้าก็เหมือนกานี่ฝูงหงส์ที่แตกต่างจากคนอื่น พอถึงบ้านก็รีบเข้าไปกอดแม่แล้วปล่อยโฮออกมากี่ครั้งร้องไห้ด้วยความเสียใจ
“มารีย์เป็นอะไรลูก” แม่ถามด้วยเสียงที่นุ่มและลูบหลังเขาเบาเบา “ทำไมเหรอลูกหรือเป็นอะไร”
“แม่ไม่เข้าใจมารีย์มารีย์โดนเพื่อนแกล้ง โดนเพื่อนรอสารพัดเลยอ่ะแม่ จนมารีย์ร้องไห้มารีย์ไม่อยากไปไหนมาเรียอยู่กับแม่.......”. มารีย์พูดทั้งน้ำตาด้วยสีหน้าเสียใจร้องไห้โฮใหญ่เลย
“เออไปเปลี่ยนชุดล้างหน้าล้างตาเดี๋ยวแม่พาไปเดินตลาดเนอะเผื่ออะไรๆจะดีขึ้น”
“ไม่ไปมารีย์ไม่ไปไม่ไปก็ไปเลยทำไมมาหรือทุกข์เกิดมาเป็นแบบนี้ด้วย”
หลังจากวันนั้นมารีย์ก็เป็นเด็กที่ไม่พูดคุยกับใครจากเด็กสดใสในวันนั้น กลายเป็นเด็กซึมเศร้าในวันนี้
และเก็บกดพร้อมทั้งเก็บตัวไม่ยอมออกไปไหน ไม่ยอมพบเจอใครแม้แต่ออกจากบ้านก็ไม่ออกทั้งไปโรงเรียนก็ไม่ยอมไป
ทั้งนั้นเพราะ
“เพราะคำพูดของคนเพียงไม่กี่คำทำให้มารีย์เปลี่ยนไป”
“เพราะคำพูดของคนเพียงไม่กี่คำทำให้มารีย์เปลี่ยนไป”
บ่าวคำเลาะ

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น