วันศุกร์ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2560

บ่าวคำเลาะ เรื่องซุปตาหน้าปลอม : ไร้จุดหมาย

ตอนที่ 6 ไร้จุดหมาย





 กินอะไรเล่าเธอถึงได้งามแสนงาม งามล้ำเกินคน

กินอะไรหน้ามลถึงได้งามแสนงาม  งามเลิศวิไล


มารีย์เอ้ย....ตื่นลูกตื่นมารีย์

เสียงแม่เรียกตะโกนให้มารีย์ตื่นดียามเช้าเพื่อนลงมารับประทานอาหารเช้าพร้อมหน้าพร้อมตากันทั้งครอบครัวเหมือนทุก ๆ เช้า มารีย์ตื่นด้วยความงัวเงียรีบอาบน้ำแต่งตัว เขาเปิดฝักบัวเบา ๆ น้ำก็ไหลออกจากฝักบัวสัมผัสกับผิวของมารีย์ทำให้เขารู้สึกสุดชื่นต้อนรับวันใหม่ที่สดใส หลังจากนั้นมารีย์ก็ได้ออกจากห้องนอนตัวเองเพื่อไปรับประทานอาหารที่ห้องอาหาร พอถึงห้องอาหารมารีย์ก็เห็นแม่และพ่อเราหล่อมารีย์อาหารบนโต๊ะเต็มไปด้วยของโปรดที่มารีย์ชอบทำข้าวต้มกุ้งผัดผักบุ้งไฟแดง หมูยอที่อร่อยที่สุดจากนั้นมารีย์ที่เก้าอี้พร้อมรับประทานอาหาร


“แม่อุทานออกมาว่าเฮ้ยนี่มารีย์ลูกแม่จริงหรอทำไมสวยผิดหูผิดตาขนาดนี้แม่จำภาพมารีย์คนเดิมไม่ได้เลยลูกไปทำอะไรมาเหมือนกับแม่ได้ลูกสาวคนใหม่เลยนะ” แม่พูดด้วยน้ำเสียงสงสัยพร้อมทั้งใบหน้าที่ยิ้มแย้ม

“เสียงเพราะกว่าดังขึ้นเอ๊ะนี่มารีย์แกไปทำอะไรมาทำไมหน้าตาจะเป็นแบบนี้จะใช้ลูกพ่อไหม” พ่อพูดด้วยน้ำเสียงที่ดุ พร้อมสีหน้าที่โมโห

หลังที่พ่อพูดเสร็จมารีย์หน้าเสียไปพักนึงแล้วคิดในใจว่าทำไม ทำไมพ่อต้องพูดเสียงดังและดุขนาดนี้ด้วยแต่มารีย์ก็ไม่ได้พูดอะไรออกไปเพราะคิดว่าพ่อคงหวังดีต่อมารีย์

“พ่อคะหนูอยากจะบอกพ่อว่าหนูได้ไปทำตามาค่ะหลังจากที่หนูทำจมูก” แล้วมารีย์ตอบพ่อด้วยน้ำเสียงที่หวาดกลัว
“แล้วทำไมไม่ปรึกษาพ่อกับแม่ก่อนล่ะก่อนที่จะทำอะไร”

“ลูกเห็นเด็กผู้หญิงคนนี้ไหม” แม่เอารูปมารีย์ตอนเด็ก ๆ ให้มารีย์ดู

เขามองรูปดูตัวเองอย่างช้าๆ จากนั้นมารีย์ก็ลูบ รูปถ่ายเบาๆ ทำไม มารีย์ ต้องเกิดมาตัวดำ ดูแล้วไม่ต่างอะไรจากลูกอีกาตัวหนึ่ง ผมมารีย์ ราวกับฝอยขัดหม้อ หน้าตาที่ไม่เหมือนชาวบ้านเค้า ทำไมต้องเป็นแบบนี้มารีย์ร้องไห้ น้ำตาไหลออกมาอย่างแรง


“พ่อคิดถึงลูกคนเดิมอ่ะคิดถึงมารีย์คนที่ตัวดำผมหยิก ถึงเขาจะเป็นแบบนั้นเพราะก็รักและห่วงใยเขาตลอด”พ่อพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

ตอนนั้นมารีย์คิดในใจว่า มันโหดร้ายขนาดนั้นเลยหรอกับการเปลี่ยนแปลงตัวเองที่จะให้ตัวเองดีขึ้นแต่กลับแย่ลงทั้งครอบครัวตัวเองไม่ยอมรับ เพราะเพียงแค่เปลี่ยนให้ดีขึ้น ครอบครัวทำไมต้องมองมารีย์แบบนั้นว่ามารีย์เปลี่ยนแปลงแล้วไม่ดีอยากได้มารีย์คนเดิม เพราะอะไรทำไมพ่อถึงคิดแบบนี้


“ถ้าพ่อไม่มีมารีย์คนเดิมพ่อไม่มีลูกยิ่งจะดีกว่าเลย” พ่อพูดดิเสียงโหดร้ายและดุดัน

“พ่อมารีย์ขอโทษมารีย์ ไม่คิดว่ามันจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมารีย์แค่อยากให้ตัวเองดูดีมีจุดยืนในสังคมและให้ทุกคนยอมรับมารีย์” พูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือรพร้อมทั้งน้ำตาใหล

“แต่พอไม่ยอมรับกับลูกคนนี้ลูกที่เปลี่ยนแปลงตัวเอง จนไม่เหลือตัวตนของตัวเองจนไม่เหลือสิ่งดี ๆ ของตัวเอง พ่อคิดถึงมารีย์คนเดิม พ่อไม่อยากมีลูกคนนี้ออกไป ออกไปจากบ้านนี้!!!!!!!!!!!!!


มารีย์ลุกออกจากเก้าอี้ที่โต๊ะอาหารด้วยความแรงและฟาดจานลงที่พื้นเสียงดัง อย่างแรงจานที่เต็มไปด้วยข้าวกระจัดกระจายเต็มพื้นบ้าน แล้วมารีย์ก็ได้เดินจากไป


#การเปลี่ยนแปลงไม่ได้มาพร้อมความยินดี…………..







บ่าวคำเลาะ
          

บ่าวคำเลาะ เรื่องซุปตาหน้าปลอม : ตอนดีไม่พอ

ตอนที่ 5 ดีไม่พอ



“คนจะงามงามที่ใจใช่ใบหน้า       คนจะสวยสวยจรรยาใช่ตาหวาน

คนจะแก่แก่ความรู้ใช่อยู่นาน       คนจะรวยรวยศีลทานใช่บ้านโต


ทุกคนบนโลกนี้ที่เกิดมาล้วนมีความต้องการ มีความอยาก มีความแสวงหา กับสิ่งที่ตนเองพึงมี หรือที่เรียกว่าความอยากหรือกิเลสนั่นเอง บุคคลใดที่มีความอยากมากก็ทุกข์มาก บุคคลใดที่มีความอยากน้อยความต้องการน้อยก็จะมีความทุกข์น้อย แต่ถ้าหากเราพอใจกับสิ่งที่เรามีเราก็ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขโดยไม่ต้องเป็นทุกข์แต่อย่างใด

มารีย์ก็เป็นอีกหนึ่งคนที่ไม่มีความพอดีและมีความอยากอยู่ตลอดเวลาโดยเฉพาะเรื่องใบหน้าของเขา เค้าจะคิดอยู่เสมอ ว่าเค้าควรปรับตรงไหนแก้ตรงไหนทั้งที่ใบหน้าของเขาก็เข้ารูปดีแล้วเพราะเค้ามีการสัญญากรรมไปก่อนหน้านี้แล้วนั้นคือสัญญากรรมจมูกทุกครั้งที่มารีส่องกระจก มารีย์จะรู้สึกน้อยใจว่าทำไมเขาไม่เกิดมาสมบูรณ์เพอร์เฟค อุบัติเหตุครั้งนั้นก็ส่งผลให้ตาของมารีย์มีแผลเล็กน้อยแต่ก็ไม่ใช่ปัญหากับการใช้ชีวิตในประจำวัน แต่มันเกิดจากความไม่พอของมารีย์นั่นเองที่เขาต้องการศัลยกรรมตาสองชั้นในครั้งนี้

เย็นของวันนั้นมารีย์เอื้อมมือไปจับโน๊ตบุ๊ค แล้วเปิดโน๊ตบุ๊คอย่างช้าๆ เขาก็ได้เข้าไปที่เว็บไซต์ ดูดี.com เพื่อศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับการทำตาในครั้งนี้ คลินิกไหนโรงพยาบาลไหน ที่ทำได้สวยและดีคุณหมอมีคุณภาพที่จะทำให้ตาของมารีย์ออกมาที่สวยราวกับสาวเกาหลี มารีย์ก็เลยเข้าไปหลายคลินิกหลายเว็บไซต์ ก็ยังไม่ถูกใจจนมาถึงคลินิกสุดท้ายนั้นก็คือคือ สมศรีคลินิก. เขาถูกใจกับฝีมือของคุณหมอจากภาพที่ทางคลินิกได้รีวิวศัลยกรรมตาสองชั้นจนเขาตัดสินใจจองคิวกับการทำศัลยกรรมในครั้งนี้


“ฮัลโหลสดีค่ะสมศรีคลินิกรับให้บริการค่ะ” พนักงานคลินิกพูดด้วยเสียงอ่อนหวาน

“สวัสดีค่ะคือหนูสนใจเลยทำตากับทางคลินิกค่ะ” มารีย์พูดด้วยเสียงยินดีและอ่อนนุ่ม

“ลูกค้าสะดวกจองคิวเลยไหมคะหรือว่าจะเข้ามารับการปรึกษาก่อนดี” พนักงานพูดด้วยความเต็มใจ

“โอเคค่ะงั้นเดี๋ยวหนูเข้าไปจองคิวแล้วรับคำปรึกษานะคะ”

“ได้ค่ะพรุ่งนี้เวลา 11 โมงนะคะที่คลินิกแล้วเจอกันค่ะ” พนักงานพูดด้วยน้ำเสียงไพเราะและยินดี


เช้าวันใหม่ที่สดใสแสงตะวันส่องแสงเข้ามาทีจะได้จบครูมารีย์พร้อมกับไออุ่นยามเช้าเมฆสีขาวราวกับปุยนุ่นไปแล้วรู้สึกสบายตั้งเสียงนกที่เราจ้าวยามเช้าต่างทำให้รู้สึกสดชื่นพร้อมกับกินอะไรข้างนอกสีจางจางกระทบกับใบไม้เกิดเป็นละอองน้ำช่างสวยงามซะเหลือเกินจากนั้นไม่นานเสียงออดหน้าบ้านก็ดังขึ้น  


“กริ่งๆๆๆๆๆๆๆ มารีย์มารีย์มาเปิดประตูให้ฉันหน่อย” พลอยตะโกนด้วยเสียงดังเพื่อที่จะให้มารีย์มาเปิดประตูบ้านให้เขาพร้อมกับพราวที่มาเป็นเพื่อนของพลอย


มารีย์สะดุ้งตื่นด้วยความงัวเงีย คิดในใจว่าเสียงใครมาร้องตะโกนอะไรดังขนาดนี้ และมีอะไรกับบ้านฉันเช้าขนาดนี้ทันใดนั้นที่มารีย์ตื่นแล้วเปิดม่านออก แดดอ่อนๆแย่งเข้าตาเขาแล้วมองไปที่หน้าบ้านเขาเห็นพราวกับพลอยมายืนรอเค้าจากนั้นมารีย์ก็เลยรีบลงไปเปิดประตูให้พลอยกับพราวเข้ามาที่บ้านก่อนเพื่อรอเขาอาบน้ำแต่งตัวไปทานข้าว จากนั้นเวลาผ่านไป 30 นาทีมารีย์ก็ได้เดินลงมาจากห้องเพื่อนลงมารับประทานอาหารกับเพื่อน


“เฮ้ยแกฉันมีอะไรจะบอกวันนี้ฉันจองคิวทำตาเว้ยแก” มารีย์พูดด้วยเสียงตื่นเต้น

“เฮ้ยแกจริงหรอทำไมกล้าทำมารอบที่แล้วแกก็ทำจมูกไปแล้วนะ” พลอยพูดด้วยเสียงสงสัย

“เออน่าทำเถอะแกเผื่อสวยกว่าเดิมเพราะแกทำไปอยากจะได้เป็นดาราก็ได้เว้ยมารีย์”พราวพูดด้วยเสียงยินดีและตื่นเต้น

“ต้องแบบนี้สิเพื่อนฉันเอาเหอะแกกินข้าวกันจะได้รีบไปคลินิกแกต้องพาฉันไปทำนะจ้ะวันนี้น่ะ” มารีย์บอกเพื่อนด้วยน้ำเสียงที่อ่อนนุ่ม


ณ สมศรีคลินิก
เวลา 11:00 น. มารีย์กับเพื่อน ๆ ได้ถึงที่คลินิก แล้วมารีย์ก็ก้าวขาเข้าไปที่คลินิกความตื่นเต้นและเพื่อนของเขาก็ตื่นเต้นด้วยเช่นกันพลอยคิดในใจว่าทำไมคลินิกมันหรูหราอะไรขนาดนี้ ด้วยความที่พลอยไม่เคยมาคลินิกศัลยกรรมเลย ในเวลาต่อมาอีกไม่นานเตรียมพนักงานก็ดังขึ้นว่า


“คิวต่อไปเป็นของคุณมารีย์ค่ะ” พนักงานพูดด้วยเสียงยินดีและอ่อนนุ่ม

มารีย์รีบเดินไปที่ห้องตรวจเพื่อทำการปรึกษาว่าควรทำอย่างไรกับการศัลยกรรมในครั้งนี้

“สวัสดีครับคุณมารีย์วันนี้มาปรึกษาพร้อมทำศัลยกรรมอะไรไหมครับ” คุณหมอพูดด้วยเสียงอ่อนนุ่มและเป็นมิตร

“ได้ค่ะคุณหมอปรึกษาเลยแต่ถ้าเหมาะที่จะทำวันนี้มารีย์ก็พร้อมค่ะ” มารีย์พูดดิเสียงตื่นเต้นและเต็มใจ


จากนั้นคุณหมอก็อธิบายกับการศัลยกรรมตาในครั้งนี้ว่ามารีย์ควรทำอย่างไร อันดับแรกมารีย์ ต้องทำใจให้สบายอย่ากังวล เพราะการศัลยกรรมที่ดีควรเกิดจากตัวคนไข้เอง จะทำให้แผลออกมาสวยและไม่มีอุปสรรคใด ๆ พร้อมทั้งทางคุณหมอเรามีฝีมือและมีคุณภาพ ในการศัลยกรรมความงามโดยตรงอยู่แล้วเชื่อใจคุณหมอได้ มารีย์ก้าวขึ้นเตียงเบาๆ แล้วนอนลงที่เตียงผ่าตัดด้วยความกังวนและตื่นเต้น

คุณหมอก็เริ่มฉีดยาชาให้ กลับมารีย์จากนั้นคุณหมอก็รอประมาณ 20 นาทีเพื่อที่จะให้ยาชาออกฤทธิ์ในเวลาต่อมา 20 นาทีผ่านไปคุณหมอก็จะเตรียมเครื่องมือกับการทำศัลยกรรมตาให้กับมารีย์  ขั้นแรกคุณหมอบรรจบกรีดนี้ลงที่ เปลือกตาของมารีย์ เพื่อนให้เป็นตาสองชั้น ด้วยความตั้งใจ ใบมีดของหมอช่างแหลมคมประดุจดั่งเพชรเชือนเพชร คุณหมอรีดลงเบาที่เปลือกตาของมารีย์ด้วยความชำนาญแผลเล็กมากราวกับไม่ได้กรีดเลยก็ว่าได้ พยาบาลก็ได้ยื้นเข็มพร้อมกับไหมละลาย เพื่อเจ็บแปลที่กรีดด้วยความชำนาญและตั้งใจ ก็เป็นอันเสร็จสินกับการศัลยกรรมตาครั้งนี้


“เจ็ดไหมครับมารีย์” เสียงคุณหมอพูดด้วยความเป็นห่วงและนุ่มนวล

“ไม่เจ็บเลยค่ะคุณหมอมดกัดยังเจ็บกว่าค่ะมารีย์ทนได้” มารีย์พูดด้วยเสียงมุ่งมั่นและอดทน


เวลาผ่านไป 2 สัปดาห์มารีย์ก็ได้กลับมาหาคุณหมอเพื่อตรวจแผลและเช็คสภาพ สิ่งที่เกิดขึ้นครั้งนี้นั้นก็คือการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่เพราะจากผู้หญิงตาตี๋คนหนึ่ง ให้กลายเป็นตาสองชั้นพร้อมทั้งดวงตาอันคมสวย ราวกับนางฟ้านางสวรรค์ รวมทั้งจมูกอันคมของมารีย์โด่งได้รูปทำให้มารีย์เปลี่ยนไปเป็นคนใหม่สวยไฉไลยิ่งกว่าเดิมจนจำมารีย์คนเก่าไม่ได้

#จะสุขหรือจะทุกข์เกิดขึ้นจากกิเลสของตน






บ่าวคำเลาะ


วันเสาร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2560

บ่าวคำเลาะ เรื่องซุปตาหน้าปลอม : ตอนสิ่งที่หายไป

ตอนที่ 4 สิ่งที่หายไป



              ณ สี่แยกไฟแดง

              ปั้ง!!!!!! เสียงรถจักรยานยนต์ประสานงานกับรถยนต์พร้อมกับเสียงเบรคที่ลากยาวไปไกลราวกับในสนามแข่งรถ รถนั่นก็คือรถของมารีย์เขาขับมอเตอร์ไซค์ จะออกเดินทางไปหาพราวและพลอย ได้ชนอย่างแรงกลับรถยนต์ของชายหนุ่ม หน้าของมารีย์ไถลไปกับถนนจนทำให้เลือดอาบหน้าโดยเฉพาะตรงที่จมูกของเขามันหักลงมาอย่างเห็นได้ชัด. มารีย์ร้องโอดโอยมากราวกับว่าเหมือนอะไรมาทุบหน้า

                      “โอ้ยเจ็บจังเลยช่วยด้วย” มารีย์ร้องขอความช่วยเหลือ

                       “รอสักครู่นะกำลังโทรเรียกรถโรงพยาบาล” เสียงชายหนุ่มที่ขับรถยนต์ได้พูดกับมารีย์

ณ ตอนนั้นเวลาผ่านไป 20 นาทีรถโรงพยาบาลก็ยังไม่มารับมารีย์ทำให้มารีย์เลือดไหลอาบตัวแทบจำไม่ได้เลยว่าเป็นมารีย์ยิ่งนานไปยิ่งเจ็บปวดมากขึ้น

                     “ทำไมมันนานขนาดนี้เนี่ยไม่ไหวแล้วนะเจ็บมาก” มารีย์พูดด้วยเสียงหวาดกลัวและร้องไห้ออกมา

พอจากนั้นรถโรงพยาบาลก็ได้มาถึงก็รีบพามารีย์ไปที่รักษาตัวที่โรงพยาบาลจากสาเหตุข้างต้นทำให้จมูกของมารีย์หักและเสียรูปรวมทั้งใบหน้าที่เป็นแผลเต็มไปหมดสิ่งที่มารีย์จะต้องรักษาตอนนี้ก็คือรักสาแผลบนใบหน้าและเย็บแผลที่จมูกให้หายดี พอไปถึงเตียงคุณหมอก็เลยทำการล้างแผลบนใบหน้าของมารีย์ มารีย์รู้สึกแสบร้อนและกูไปทั้งใบหน้าราวกับว่ามีน้ำอะไรมาสาดเข้าหน้าจนทำให้มารีย์ 

กี๊ด!!!!ดอกมาอย่างแรง “วี๊ดดดดดด คุณหมอไม่ไหวแล้วหนูเจ็บมากหนูแสบ”

หลังจากนั้นคุณหมอก็ทำแผนมาได้จนเสร็จแล้วก็ได้ไปรักษาตัวที่บ้านเค้าต้องอดทนทรมานกับร่างกายที่ป่วยโซกับใบหน้าที่พังเสียโฉมเค้าไม่กล้าออกไปไหนเค้าเก็บตัวจริงในบ้านจนกว่าแพเค้าจะหายดีพ่อกับแม่ก็ให้กำลังใจอยู่ตลอดมาว่ามารีย์

“มารีย์ลูกต้องผ่านอุปสรรคต่างๆไปให้ได้นะพ่อกับแม่เป็นกำลังใจให้” เสียงคุณแม่พูดด้วยกำลังใจที่ดี

สองเดือนต่อมา

กริ้งๆๆๆๆๆๆ เสียงโทรศัพท์ของมารีย์ดันขึ้นมาเรียรีบเดินไปรับโทรศัพท์และเป็นเบอร์ที่มารีย์ไม่รู้มารีย์จึงรับสาย

“สวัสดีค่ะโทรจากโรงพยาบาลยันฮีนะคะคุณมารีย์ใช่ไหมคะ”. เสียงพนักงานโรงพยาบาลถามมารีย์

“ใช่ค่ะหนูมารีย์เอง”

“หนูมารีย์เป็นผู้โชคดีได้เปลี่ยนโฉมใหม่จากทางโรงพยาบาลยันฮีนะคะ ตามที่เราตกลงและสัญญากันไว้หนูมารีย์พร้อมที่จะเข้าไปรับการเปลี่ยนโฉมใหม่ให้ไฉไลกว่าเดิมวันไหนดีคะ”

“พรุ่งนี้ค่ะมารีย์พร้อมมากมาหรืออยากเปลี่ยนตัวเองอยากให้สวยดูดีเหมือนพี่พี่พนักงานที่โรงพยาบาลค่ะ” มารีย์พูดด้วยเสียงที่ดีใจ

“โอเคค่างั้นพรุ่งนี้คิวเขาหนูมาลีเป็นเวลา 11 โมงนะคะกรุณาให้มาตรงเวลาด้วยเตรียมตัวให้พร้อมนะจ่ะ”
เช้าวันรุ่งขึ้นแสงตะวันเริ่มตายสองเป็นวันที่สดใสป้ารุ่งมารีย์รีบตื่นแต่งตัวให้เรียบร้อยพร้อมกับเตรียมตัวเตรียมใจกับการเปลี่ยนโฉมใหม่ในครั้งนี้กับการเปลี่ยนแปลงรูปจมูกอันหักพังโดยเกิดจากความอุบัติเหตุจนทำให้มารีย์ไม่กล้าออกไปพบผู้คนครั้งนี้จะเป็นการเปลี่ยนจมูกของมารีย์ที่สวยราวกับลูกครึ่ง  พอไปถึงโรงพยาบาลมารีย์ก็ได้เข้าไปที่ห้องผ่าตัด

“ใช่หนูมารีย์ไหมครับ” เสียงคุณหมอถามด้วยความสงสัย

“ใช่ค่ะคุณหมอดูเองคุณหมออย่าพึ่งตกใจนะครับเพราะว่าหนูได้รับอุบัติเหตุเราคือหนูโดนรถยนต์ชนเข้าอย่างแรงกับรถมอเตอร์ไซต์ที่หนูขับ”

             “โอเคเอาเป็นว่าหมอรู้เรื่องก่อนอื่นหมอต้องบอกก่อนเลยว่าฐานของจมูกของเรามันพังแล้วคุณหมอก็ต้องแก้ไขทั้งหมดอาจจะเจ็บหน่อยมารีย์ก็ต้องสู้นะมอสามเอามาให้ดีมากและสวยที่สุด” เสียงคุณหมอพูดอย่างมีความหวังและจริงจัง

ขั้นตอนแรกก็เริ่มขึ้นคุณหมอเรื่องเอายาชามาแป๊ะที่จมูกฉันเวลาผ่านไปประมาณ 15 นาทีเธอรู้สึกเจมส์ที่บริเวณจมูกและเริ่มชาที่บริเวณจมูกแรง ราวกับมีใครเอาน้ำแข็งมาประคบที่จมูกฉันเป็นเวลานาน ต่อจากนั้นคุณหมอก็ให้ฉีดยาชาตรงที่จมูกฉันอีกเพื่อให้ฉันไม่เจ็บเวลาคุณหมอผ่าตัด จุดแรกของการฉีดยาชามันก็คือระหว่างหัวคิ้วเรา ลงมากลางจมูก ต่อด้วยปลายจมูก ส่วนต่อมาบนริมฝีปากมารีย์รู้สึกเจ็บมากตรงริมฝีปากเหมือนกับมีผึ้งราว 10 ตัวมาต่อยที่ปากรู้สึกหนักและบวมปากมาก

 จุดแรกของการฉีดยาชามันก็คือระหว่างหัวคิ้วเราลงมากลางจมูกตรงปลายจมูกส่วนต่อมาบนริมฝีปากเธอรู้สึกติดมากตรงริมฝีปากเหมือนกับมีผึ้งราว 10 ตัวมาต่อยที่ปากฉันฉันรู้สึกหนักและพวกปากมากหลังจากที่ยาชาออกฤทธิ์คุณหมอก็เลยเริ่มทำการผ่าตัดคุณหมอพูดว่า “มารีย์ถ้ามีเลือดอะไรไหลลงคอ ไปไกลเลยนะนั่นก็คือเลือดเรา”. หมอก็เริ่มกรีดที่จมูกของมารีย์เลือดก็ไหลลงคอเบาเบาจากนั้นคุณหมอก็ ปรับฐานจมูกของมารีย์ ตอนนั้นรู้สึกตื่นเต้นและกลัวมาก พร้อมทั้งการเหลา สิริโคนของคุณหมอมาเทียบกับจมูกของฉัน

คุณหมอพูดกับฉันว่าคิดของมารีย์ “เป็นเคสที่ยากมากต้องแก้ไขทั้งหมดเพื่อที่จะให้ออกมาดีที่สุด”จากนั้นคุณหมอก็ได้เริ่มเย็บแผลและผู้ช่วยพยาบาลก็เอากระจกมาส่งให้มารีย์ส่องมารีย์ที่รู้สึกพอใจมากกับรูปจมูกเพราะครั้งนี้มันจะได้มีชีวิตใหม่อีกครั้งมารีย์รู้สึกพอใจมากกับรูปจมูกเพราะครั้งนี้มันจะได้มีชีวิตใหม่อีกครั้ง

“คุณหมอคะดูพอใจมากจมูกมันโด่งและสวยได้รูปเข้ากับใบหน้าหนูจริงๆขอบคุณคุณหมอมากๆนะคะ”มารีย์พูดด้วยความดีใจอย่างบอกไม่ถูก

“ต่อไปนี้มารีย์ต้องรักษาตัวให้ดีนะอยากกินของหมักดองและต้องเลือกกินของที่มีประโยชน์เพื่อที่จะให้แผลหายเร็วเร็วประมาณสามอาทิตย์ให้มาพบคุณหมออีกครั้งนะ”

จากนั้นมารีย์วันที่กลับบ้านเพื่อไปรักษาตัวเองมารีย์เป็นคนที่มีร่างกายแข็งแรงเมื่อเขาได้รับบาดเจ็บหรือรับอุบัติเหตุต่างๆ เขาจะเป็นคนที่หายรวดเร็วและไม่ช้ำเยอะ จนทำให้จมูกเขามันหายดีภายในสามอาทิตย์ จากนั้นมารีย์พบคุณหมอคุณหมอก็ได้ชมมารีย์ว่ามารีย์รักษาตัวเองได้ดีมากและดูแลแผลในการผ่าตัดหรือทำครั้งนี้ได้อย่างดีเยี่ยม จึงทำให้มารีย์ประสบความสำเร็จกับการทำจมูกในครั้งนี้ให้เขาพอใจกับการเปลี่ยนจมูกใหม่ของเขา ตอนนี้จมูกมารีย์ราวกับลูกครึ่งฝรั่งเศสเลยทีเดียว

 #ความสวยที่เราสร้าง และเราเลือกที่จะทำมันให้ดี




บ่าวคำเลาะ

บ่าวคำเลาะ เรื่องซุปตาหน้าปลอม : ตอนพรจากฟ้า

ตอนที่ 3 พรจากฟ้า




           ต่อจากนี้ไปขอให้มีแต่สีดีๆเข้ามาในชีวิตนี้ สาธุ......
           “เพราะความสวยรอไม่ได้”เสียงจากทีวีก็ดังขึ้นทำให้มารีย์มีความหวังอีกการเปลี่ยนแปลงตัวเองอีกครั้งรอบนี้มารีย์มีความหวังขึ้นมากหรอกเขาคิดว่าทางการแพทย์ต้องช่วยเขาให้กลับไปเป็นมารีย์คนเดิมในเร็ววันข้างหน้ามารีย์รีบเดินออกจากที่นอนรีบทำภารกิจส่วนตัวอาบน้ำแต่งตัวให้สะอาดสอ่านพร้อมที่ไปพบคุณหมอที่โรงบาลยันฮี

“มารีย์ทำไมวันนี้แต่งตัวสวยจังเลยล่ะจะไปไหนหรือเปล่า” เสียงแม่ก็ดังขึ้นความแปลกใจ

“แม่จ๋ามารีย์จะไปปรึกษาคุณหมอ ที่โรงบาลยันฮี”

แม่ก็คิดในใจว่ามารีย์ก็คงไปปรึกษาคุณหมอปกติเค้าไม่ได้ทำอะไรมากมายมารีย์ของไปรักษาผิวรักษาใบหน้าให้หายดี และกลับมาขาวกระจ่างใสเหมือนที่แม่เคยรักษาให้มารีย์ ส่วนคุณพ่อไม่สนใจมารีย์และไม่สนับสนุนกับการที่มารีย์จะไปปรึกษาคุณหมอเลย

 "ทำไมมารีย์ไม่พอใจกับสิ่งที่มารีย์เป็นในตอนนี้และรักษามันให้ดีด้วยตนเองแค่นี้พ่อก็มีความสุขแล้วที่เห็นลูกของพ่อเป็นมารีย์คนเดิม"

“เพราะความสวยรอไม่ได้นะแม่” หลังเสียงมารีย์พูดเสร็จก็ไม่รีรออะไรรีบไปพบคุณหมอที่โรงบาลยันฮีในเวลานั้น

            ณ โรงบาลยันฮี มารีย์ตื่นเต้นกับการที่จะได้พบคุณหมอในครั้งแรกมารีย์ก้าวเข้าโรงพยาบาลอากาศของภายในโรงพยาบาล. เย็นยะเยือกราวกับอากาศหนาว มารีย์มองซ้ายมองขวากระจกติดเต็มไปหมดแล้วมารีย์เหลือบเห็นตัวเองและพูดในกระจกว่า

              “ฉันต้องกลับมาเป็นมารีย์คนเดิมขาวสวยใสไร้ที่ติ” มารีย์พูดพร้อมกับมีความหวังด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง

ภายในโรงพยาบาลมีทั้งหญิงและชายที่ รอรับการรักษาราวกับว่าที่แห่งนี้เป็นที่ชุบชีวิตของใครหลายหลายคนที่ต้องการปรับเปลี่ยนตัวเองให้ดูดียิ่งขึ้น มีหญิงสาวคนหนึ่งเดินผ่านมารีย์ เค้าสวยมากผิวขาวหน้าใสราวกับนางฟ้าหุ่นดีเซ็กซี่ไม่มีที่ติ จมูกเค้าโด่งพร้อมทั้งตาโตสวยแก้มอมชมพูปากรูปกระจับ เดินมาพร้อมหนุ่มหล่อมาดเท่ ราวกับนายแบบก็ไม่ต่างกับดาราที่เราเห็นในทีวีเลยมาหรือยิ่งเห็นยิ่งทำให้เขามีความคิดจะเปลี่ยนตัวเองให้มากขึ้นและมีความหวังว่าเขาต้องดูดียิ่งกว่าเดิม

คิวต่อไปนางสาวมารีย์ สิ่งพยาบาลสาวสวยคนนั้นก็พูดดังขึ้น ยิ่งทำให้มารีย์ตื่นเต้นการเข้ารักษารูปร่างหน้าตาของตนเองในครั้งนี้ พอถึงห้องมารีย์ต่อเนื่องหลงเก้าอี้จะเรียบร้อยจากนั้นมารีย์ก็ได้พูดคุยกับคุณหมอและคุณหมอก็ให้คำแนะนำต่างๆนาๆว่าต้องรักษาอย่างไรต้องทำหน้าตาอย่างไรถึงจะออกมาดูดีแล้วขั้นตอนวิธีการทำจะเป็นอย่างไร

“มารีย์ต้องสู้ต้องอดทนนะถ้าหนูอยากสวยและดูดีขึ้น” เสียงคุณหมอพูดด้วยความจริงจัง

“ค่ะคุณหมอหนูยอมที่จะทำทุกอย่างให้หนูดูดีขึ้นค่ะ” เสียงมารีย์ตอบรับคุณหมอความดีใจ

“ก่อนอื่นมารีย์ต้องรักษาสิวและผิวหน้าให้หายเรียบร้อยก่อน”

“คุณหมอคะแล้วราคาการรักษามันเยอะขนาดไหนคะมารีย์ไม่มีตังค์นะคะ” มารีย์พูดเสียงอ่อนและน่าสงสาร

“ในการรักษาสิวและผิวหน้านารีไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องค่าใช้จ่ายไม่สูงนะ”

จากนั้นคุณหมอได้ลงมือทำการรักษาผิวหน้าของมารีย์อันดับแรกคุณหมอใช้การเลเซอร์หัวสิวรีเครื่องฉายแสงสีแดงเพราะคุณหมอเลเซอร์ไปให้หัวสิวของมารีย์มารีย์รู้สึกร้อนระอุไปทั่วใบหน้า ราวกับว่ามารีย์ได้ไปยืนท่ามกลางแสงแดดอันร้อนมากแต่มารีย์ก็ต้องอดทนเพื่อความสวยและหน้าใสในครั้งนี้จากนั้นคุณหมอก็ได้จ่ายยารักษาและครีมบำรุงผิวหน้าให้มารีย์ไปช้ายเป็นเวลาสองเดือนหลังจากนั้นก็ต้องกลับมาตรวจและรับการรักษาที่โรงบาลเช่นเคย

สองเดือนต่อมา
มารีย์คนใหม่ไฉไลกว่าเดิมก็ย่างก้าวเข้าที่โรงพยาบาลยันทีความมั่นใจเพราะครั้งนี้มารีย์มีผิวหน้าที่ขาวใสและไร้สิวและมีออร่าเพราะคุณหมอได้เห็นคุณหมอก็รู้สึกดีใจที่รักษาผิวหน้าของมารีย์ได้หายรวดเร็วแล้วคุณหมอก็มีกิ๊ฟวอยเช่อ. กลับมารีได้เป็นผู้โชคดีในการรักษาในครั้งต่อไป มารีย์รู้ดีใจราวกับไดพรจากสวรรค์ มาช่วยเปลี่ยนชีวิตของเขา

“โอกาสไม่ได้มีมาง่ายง่ายถ้ามาแล้วมารีย์ต้องเก็บรักษามันไว้ให้ดีนะ” คุณหมอพูดกับมารีย์ด้วยน้ำเสียงที่ยินดี

#เคล็ดลับของความสำเร็จคือการเตรียมตัวให้พร้อมเมื่อโอกาสที่จะมาถึง







บ่าวคำเลาะ


วันศุกร์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2560

บ่าวคำเลาะ เรื่องซุปตาหน้าปลอม : เปิดประตู

ตอนที่ 2 เปิดประตู


“.......มันเป็นเรื่องธรรมดาของชีวิต
ฟ้าลิขิตให้ชีวิตมีเปลี่ยนผัน
ไม่ว่าจะเป็นอย่าไรอย่ากลัวมัน
จงฟาดฟันอุปสรรคอย่าหนักใจ...........”

มันเป็นเพียงข้อความสั้นๆ จากพ่อยืนให้มารีย์ แต่ก็แฝงไปด้วยความคิดความรู้สึกปลุกมารีย์ตื่นขึ้นมาให้ทำสิ่งที่ถูกต้องสิ่งที่มารีย์ควรจะทำ เพราะสิ่งเรานั้นจะทำให้มาลีมีตึกอยู่ในสังคม พร้อมทั้งทำให้มารีย์มีชีวิตที่ดี มารีย์คิดในใจว่าขนาดคนพิการเขาไม่มีแขนไม่มีขา เขายังสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ในสังคมอย่างมีความสุข
มารีย์เลยมองไม่ดูตัวเอง “เอนี่เราก็สมประกอบทุกอย่างทำไมเราไม่ลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดีขึ้น เพียงแค่รูปร่างหน้าตาของเรา ที่ไม่ดีจนทำให้ทุกคนในสังคมมองเรา ว่าตัวประหลาด ถึงเวลาที่ต้องดูแลตัวเองเปลี่ยนให้มารีย์เป็นคนใหม่สวยใสกันไปเลย”

 “แม่จ๋าแม่จ๋าวันนี้มีอะไรกินจ๊ะมารีย์หิวจังเลย”   มารีย์พูดด้วยเสียงสดใส

“มีหลายอย่างเลยลูกมีของที่ลูกชอบด้วยนะ...” แม่พูดด้วยน้ำเสียงดีใจ

“เอแต่วันนี้มีอะไรผิดปกติหรือเปล่าลูกทำไมดูสดใสขึ้น” แม่นึกสงสัยในตัวมารีย์

“แม่มารีย์คิดดีแล้ว ว่าทางที่มารีย์ทำตัวแบบเดิมมันทำให้มารีย์ไม่มีจุดยืน มารีย์ต้องลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเองและสู้กับชีวิตต่อไปเพราะชีวิตไม่สิ้นก็ต้องดินต่อไป” มารีย์พูดด้วยเสียงที่มีพลังและหนักแน่น ด้วยใบหน้าที่สดใส

“ลูกคิดได้แบบนี้แม่ก็ดีใจแล้ว......” แม่พูดด้วยเสียงอ่อนโยนและดีใจมากๆ

ภารกิจแรก: ผิวขาวหน้าใส่
          ช่วงกลางวันของวันนั้นแม่แก้วก็ได้หาวิธีช่วยมารีย์ว่าจะทำยังไงให้มารีย์เป็นสาวสวย ขาวใส่อย่างธรรมชาติ  แม่นึกขึ้นได้ถึงสูตรขัดผิวสมัยโบราณตอนแม่เป็นสาว
        
            “มารีย์แม่นึกออกแล้วมานี่แม่จะจัดการโจแกให้”
           
             “มาแล้วจ้าแม่เริ่มเลยกันดีกว่าแม่”.  มารีย์พูดด้วยน้ำเสียงดีใจและตื่นเต้น
          
               “มาแม่จะบอกขั้นตอนและเราก็มาลงมือทำกันเลยถ่ายรูปจะได้สวยขาวใสขึ้น”

จากนั้นแม่ก็เริ่มจากการเตรียมน้ำมะขามเปียกขมิ้นสูตรโบราณ เอามาขัดผิวขัดตัว อาทิตย์ละหนึ่งถึงสองครั้ง ขัดเสร็จก็เอานมสดจืดมาผสมกับน้ำอุ่น แล้วให้มารีย์นอนแช่ในอ่างรู้สึกสบายตัวมากและมารีย์ชอบกับการขัดผิวและดูแลผิวตัวเองเป็นอย่างมาก  แม่ก็เลยบอกมาถามว่า “ถ้าทำแล้วมารีย์ต้องหลีกเลี่ยงแสงแดดนะซักสองวันต้องทาครีมกันแดดด้วยไม่งั้นเดี๋ยวคำกว่าเดิม เดี๋ยวจะเป็นอีดำกว่าเดิมยิ่งกว่านะลูก”

ในนั้นแม่ก็ทำกับข้าวที่มีประโยชน์ที่มีสารอาหารที่ช่วยกระตุ้นให้มารีย์ผิวขาวใส เช่น การทำเมนูที่มีมะเขือเทศเข้ามาทำให้มารีย์ต้องกินมะเขือเทศมากขึ้นกว่าเดิม
มารีย์ทำแบบนี้อยู่ประจำจะทำให้ผิวขาวใสขึ้นมาก จนทำให้คนรอบข้างทักมารีย์แบบทำอะไรมาขาวขึ้นนะเนี่ยดูสดใสขึ้นมารีย์ก็เกิดความดีใจและคิดในใจว่าต้องทำให้ได้กว่านี้ต้องเปลี่ยนตัวเองให้สวยขึ้นกว่าเดิม
เย็นของวันนั้นแม่จึงพามารีย์ ไปเดินตลาดเพื่อหาซื้อของมาทำกับข้าวเย็นในวันนั้นมารีย์รู้สึกกังวลว่ามารีย์ออกไปสู่สังคมแล้วทุกคนจะมองมารีย์ว่าเป็นตัวประหลาดหรือเปล่า แต่มารีย์ก็พร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดีขึ้น เมื่อถึงตลาดแม่ค้าขายปลาก็ทักมารีย์ว่า

“อ้าวหนูมาลีหนูมาลีหรือเปล่าทำไมผิวขาวขึ้นเนี่ยดูสดใสขึ้นนะเรา”
เดินไปอีกร้านขายผลไม้แม่ค้าก็ทักว่า “อ้าวหนูมาลีไปทำอะไรมาน่ารักขึ้นนะเราเนี่ย” มารีย์รู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูกว่าทุกคนทักทายกัน มารีย์กับแม่ก็เลยเดินไปเรื่อยเรื่อยเดินซื้อของจับจ่ายอย่างมีความสุขแล้วมารีย์เลยหันไปเห็นร้านความสวยความงาม มีของมากมายที่สามารถทำให้ผิวขาวหน้าใสกระจ่างใสขึ้นกว่าเดิมภายในเวลาไม่ช้าด้วยการพูดของแม่ค้าที่ชวนให้มารีย์ต้องซื้อผลิตภัณฑ์ไปใช้

“หนูหนูมาลีจ๊ะสนใจครีมกับน้าไหมผิวขาวใสนะทำให้มารีย์สวยขึ้นกว่าเดิมอีกนะสนใจไหมจ๋าหน้าบานลีเนียร์. สวยขาวอมชมพูมิกซ์ครีมบำรุงตัวด้วยนะบาลีจะได้ขาวใสกว่าเดิมอีกทุกคนจะได้รักได้ชอบได้ตัวมารีย์นะสนใจมั้ยจ๊ะ” แม่ค้าพูดด้วยเสียงนุ่มนวลไพเราะช่วยให้ซื้อของ มารีย์ก็ได้เข้าไปเลือกครีมในร้านโดยที่แม่ไม่รู้ด้วยว่ามารีย์จะเลือกซื้อครีม

มารีย์ได้กลับบ้านแล้วลองใช้ครีมนั้นเป็นวันแรกรู้สึกว่าขาวเนียนนุ่มชุมชื่น อย่างบอกไม่ถูกเลยทีเดียวออกไปไหนมาไหนคนก็ทักทายกันใหญ่เลยว่า “ทำไมผิวดูขาวใสละมุนเหมือนสาวเกาหลีไปอีกแบบเลยน้องมารีย์”

ภายในไม่กี่วันกับความขาวใสที่เจ็บปวด กับสิ่งไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นจนได้กับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของมารีย์ เม็ดเล็กๆบนหน้ามารีย์เริ่มก่อตัวขึ้นมากมายทั่วใบหน้าของเขา จนทำให้เขารู้สึกกังวลว่าเขาต้องหน้าสิวหน้าพังเพราะครีมไม่กี่บาทนี่หรอ กับการทุ่มเทเสียเวลากับการรักสาผิวมาตั้งนานทำไมหน้าเค้าต้องมาพังเพราะครีมไอ้บ้านี่ด้วย การรู้เท่าไม่ถึงการณ์ทำให้หญิงสาวมารีย์ทุกปวดช้ำใจ ด้วยความไม่รู้จักพอของตัวเองจึงทำให้หายนะมาสู่เขาในที่สุด......T__T




บ่าวคำเลาะ

          

บ่าวคำเลาะ เรื่องซุปตาหน้าปลอม : โลกใบเดิม ๆ


ตอนที่ 1 โลกใบเดิมๆ




“มารีย์เอ้ย....ตื่นลูกตื่นมารีย์”
 เสียงของแม่ในวันแรกของวันตอนเช้าๆ แต่มารีย์ก็มัวแต่นอนฝัน ไปว่าส่องกระจกดูตัวเองในกระจกเงามองตัวเองอย่างช้าๆจากนั้นมารีย์ก็รูปกระจกเบาๆ ทำไม มารีย์ ต้องเกิดมาตัวดำ ดูแล้วไม่ต่างอะไรจากลูกอีกาตัวหนึ่ง ผมมารีย์ ราวกับฝอยขัดหม้อ หน้าตาที่ไม่เหมือนชาวบ้านเค้า ทำไมต้องเป็นแบบนี้มารีย์ร้องไห้ จากนั้นเสียงแม่ก็ดังขึ้นอีกที..

“อีมารีย์ มึงจะตื่นไหมมึงจะไปไหมโรงเรียน...” แม่ตะโกนขึ้นด้วยเสียงดุร้ายราวกับเสียงฟ้าฟาดทำให้มารีย์สะดุ้งขึ้นตื่นอย่างแรง แม่แก้วแม่ของมารีย์ เป็นคนรูปร่างเล็ก ขนาดไซด์หญิงสาวชาวบ้านผิวแดงดำ. เป็นคนที่พูดร้ายแต่จริงแล้วแม่แก้วเป็นคนที่ใจดีมาก คนละแวกนั้นจะรู้ว่าไม่แก้วใจดีและทำอาหารอร่อยมาก

“จ้าแม่จ้า....ตื่นแล้วเดี๋ยวอาบน้ำก่อนนะแม่”  เสียงมารีย์ดังขึ้นอย่าง่วงเงียเหมือนคนเพิ่งตื่นนอนใหม่ๆ จากนั้นมารีย์ก็รีบไปอาบน้ำแต่งตัวเพื่อไปตักบาตรกับพ่อ ที่ริมคลองโดยหลวงตาจะออกบิณฑบาตบนเรือ และมีเด็กวัดที่พายเรือให้หลวงตาทุกวันเขาชื่อทอง “รีบๆ เลยมารีย์เดี๋ยวหลวงตาก็จะมาแล้วเดี๋ยวไม่ทันใส่บาตรเอานะแม่เตรียมกับข้าวให้ลูกแล้ว” อีกไม่นานมารีย์ก็แต่งตัวเสร็จพร้อมกับใส่ชุดนักเรียนที่แม่เตรียมไว้ให้อย่างน่ารัก เขารีบใส่รองเท้าแล้วเดินไปเอาหม้อข้าวที่แม่เตรียมไว้ให้อย่างรวดเร็ว ตามประสาเด็กเขาก็ไม่คิดว่าเค้าจะไม่หกล้มแต่เค้ารับหม้อข้าวจากแม่แล้ว เขาก็รีบเดินไปแล้วเขาก็สะดุดไม้ที่ขวางอยู่ข้างหน้าล้ม “ว๊ายยยยย..ตายแล้ววว” ทำให้ข้าวกระจัดกระจายเต็มไปหมดแล้วมารีย์ก็ในมองไปดูแม่ แม่เลยพูดขึ้นมาว่า “โถนางมารีย์แกเนี่ยไม่ดูตาม้าตาเรือเลยนะ...มามาเอาข้าวใหม่ต่อไปอย่าทำแบบนี้อีกล่ะ” แม่พูดด้วยสีหน้าตึงเครียดแต่แม่ก็ยังใจดีตักข้าวให้ใหม่

โรงเรียน:
เช้าวันจันทร์ที่สดใสพระอาทิตย์ ส่องแสงลงมายังพื้นดินทำให้หญ้าเขียวคะจี เหมือนโลกใบนี้สดใสราวกับอยู่สวรรค์ โรงเรียนอันแสนน่าเรียนของมารีย์เต็มไปด้วยต้นไม้ที่สวยงาม ทั้งต้นไม้ใหญ่และต้นไม้เล็กมารีย์มองไปรอบรอบโรงเรียนเจอเพื่อนๆ ที่น่ารักทุกคนวิ่งเล่นกันสนุกสนาน พราว และพลอยก็ยังไม่มาทำให้มะลิต้องอยู่คนเดียวรอเพื่อนมาแล้วค่อยจะมีเพื่อนเล่นระหว่างเข้าแถวเคารพธงชาติตอนเช้า
จากนั้นพี่ทองก็ได้เดินมา พี่ทองใส่เสื้อนักเรียนตัวเก่ากางเกงตัวใหญ่ซึ่งไม่เหมาะกับตัวของพี่ทองเลยพร้อมทั้งสะพายย่ามของหลวงตาใบสีเหลืองแทนกระเป๋านักเรียนที่ต้องใส่ของมาเรียนทุกวัน

ทอง “อ้าวมารีย์รอใครหรอ” ทองทำสีหน้าสงสัยแล้วสะกิดมารีย์เบาเบา

“มารีย์รอพราวกับพลอยอยู่ไม่รู้ทำไมวันนี้มาสายจังเลยมารีย์ไม่มีเพื่อนเล่นอ่าพี่ทอง”

“เออน่าเดี๋ยวก็มางั้นพี่เอาของไปเก็บก่อนนะ” จากนั้นทางก็รีบวิ่งไปที่ห้องเรียนของตัวเองเพื่อไปเก็บของเตรียมเข้าแถวเคารพธงชาติ
        
  โรงอาหารโรงเรียน:
          เที่ยงตรง ณ โรงอาหารโรงเรียนหลังจากที่มารีย์และเพื่อนเพื่อนเรียนในภาคเช้าเสร็จ โรงอาหารที่ร้อนระอุราวกับทานข้าวอยู่กลางเปลวไฟ เพื่อนเพื่อนวัยรุ่นก็ต่างต่อแถวเพื่อซื้ออาหารไปรับประทาน เมื่อมารีย์  และเพื่อนพราว  พลอย ก็กำลังจะเดินไปต่อแถวจากเพื่อนวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งที่กำลังต่อแถวซื้ออาหารเหมือนกัน ก็ได้บมองมารีย์ด้วยสายตาน่ารังเกียจ หัวหน้าแก๊งค์กลุ่มนั้นชื่อใหญ่ มองด้วยสายตาเหยียดหยามตั้งแต่หัวจรดเท้าเขามารีย์ ทำให้มารีย์ ไม่กล้าสู้หน้าเลยทีเดียว

แล้วใหญ่ก็เลยอุทานออกมาว่า. “ว๊าย!!!! พราวพลอย ก็ยังกล้าไปกับตัวประหลาดอีกหรอฉันนึกว่าไม่ใช่คนแกดูสิตัวก็ดำ หัวก็หยองอะไรก็ไม่รู้ ทำไมแกเล่นกับมันได้อ่ะ นางมารีย์อย่างกับตัวประหลาดถ้าฉันเป็นแกนะฉันไม่กล้ามาโรงเรียนนะอายเพื่อนที่หน้าแบบนี้ ประหลาดไม่เหมือนเพื่อน” แล้วเสียงหัวเราะก็ดังขึ้นของเพื่อนเพื่อนในกลุ่มของใหญ่ที่หัวเราะเยาะเย้ยมารีย์อย่างสะใจ

มารีย์ก็รีบวิ่งหนีออกจากโรงอาหารด้วยสีหน้าเครียดตาแดงเผื่อไม่น้ำตากำลังจะไหลลงมา รีบวิ่งไปที่ห้องเรียนของเขาแล้ว ก็ปล่อยโฮออกมาร้องไห้อย่างแรง พราวกับพลอย. ก็ได้วิ่งตามเข้ามาที่ห้องเพื่อจะปลอบโยนมารีย์ให้กลับไปทานข้าว มารีย์ก็ได้พูดขึ้นว่า

“แกไม่ต้องมาสนใจฉันหรอกฉันเป็นตัวประหลาดมันน่าอายถ้าพวกแกเล่นกับฉันแล้วพวกแกก็จะโดนเพื่อนรอเพื่อนบ้าอยู่แบบนี้แหละเพราะแกไม่อายเค้าหรอ” มารีย์พูดยังเสียใจด้วยน้ำตา พราวและพลอยก็เลยเดินจากมารีย์ไปแล้วด้วยแต่ลูบหลังมารีย์ มันยิ่งทำให้มารีย์ร้องไห้ใหญ่ก็เดิม

จากนั้นมารีย์ก็เดินกลับบ้านอย่างร่างไร้ตัวตนด้วยกระเป๋าหนึ่งใบ เขามองไปรอบข้างเหมือนไม่มีใครสนใจเค้าไม่ต้อนรับในตัวเขา ตอนนี้มารีย์ก็คิดในใจว่าเค้าก็เหมือนกานี่ฝูงหงส์ที่แตกต่างจากคนอื่น  พอถึงบ้านก็รีบเข้าไปกอดแม่แล้วปล่อยโฮออกมากี่ครั้งร้องไห้ด้วยความเสียใจ

“มารีย์เป็นอะไรลูก” แม่ถามด้วยเสียงที่นุ่มและลูบหลังเขาเบาเบา “ทำไมเหรอลูกหรือเป็นอะไร”

“แม่ไม่เข้าใจมารีย์มารีย์โดนเพื่อนแกล้ง โดนเพื่อนรอสารพัดเลยอ่ะแม่ จนมารีย์ร้องไห้มารีย์ไม่อยากไปไหนมาเรียอยู่กับแม่.......”. มารีย์พูดทั้งน้ำตาด้วยสีหน้าเสียใจร้องไห้โฮใหญ่เลย

“เออไปเปลี่ยนชุดล้างหน้าล้างตาเดี๋ยวแม่พาไปเดินตลาดเนอะเผื่ออะไรๆจะดีขึ้น”

“ไม่ไปมารีย์ไม่ไปไม่ไปก็ไปเลยทำไมมาหรือทุกข์เกิดมาเป็นแบบนี้ด้วย” หลังจากวันนั้นมารีย์ก็เป็นเด็กที่ไม่พูดคุยกับใครจากเด็กสดใสในวันนั้น กลายเป็นเด็กซึมเศร้าในวันนี้ และเก็บกดพร้อมทั้งเก็บตัวไม่ยอมออกไปไหน ไม่ยอมพบเจอใครแม้แต่ออกจากบ้านก็ไม่ออกทั้งไปโรงเรียนก็ไม่ยอมไป ทั้งนั้นเพราะ 

“เพราะคำพูดของคนเพียงไม่กี่คำทำให้มารีย์เปลี่ยนไป”





บ่าวคำเลาะ