ตอนที่ 10 สานฝัน
ทุกคนบนโลกนี้ต่างมีความคิดและความฝันเป็นของตัวเอง
แต่จะมีซักกี่คนที่เกิดมาเพียบพร้อม ทั้งหน้าตาความรู้ฐานะทางสังคม ที่ลงตัวไปทุกสิ่งอย่างเป็นที่ยอมรับแล้วจะมีสักกี่ล้านคนที่เค้าเดินตามความฝันของเขาด้วยตัวของเขาเอง
ถึงแม้ความฝันนั้นจะไกลสักแค่ไหนแต่ถ้าเราก้าวเดินด้วยความเชื่อมั่นพร้อมทั้งเป้าหมายที่แน่วแน่เราก็จะถึงฝันในไม่ช้าก็เร็ว
มารีย์ก็เป็นอีกหนึ่งคนที่มีความหวังและฝันที่อยากจะเป็นคนที่ปีหน้ามีตาในสังคมเป็นที่รู้จักหรือที่เค้าเรียกว่าดารานั่นเอง
“จะไม่กลับหลัง
ถ้ายังไม่ได้ ดี
เอ่ยถ้อยคำนี้
ต่อหน้าแม่พ่อวันจาก
สาบานผ่านฟ้า สัญญา ต่อดินถิ่นรัก
ก่อนลามาสู้งานหนัก
ปักหลักสร้างตัวเมืองไกล”
เสียงหญิงสาวก็ดังขึ้นด้วยความไพเราะเสนาะหูนั่นคือเสียงของมารีย์
ที่กำลังร้องเพลงอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมที่เค้าพักผ่อนและใช้ห้องนั้นเป็นคอนเสิร์ตในการร้องเพลงของเขา
มาริโอคิดอยู่ในใจว่า
“ทำยังไงดีเค้าอยากเป็นดารา
แล้วก็เลยมองไปที่กระจกเหลือบเห็นตัวเองที่พร้อมภายนอกทุกอย่างทั้งรูปร่างที่ดูดีหน้าตาที่สะสวยมีเสน่ห์
ความสามารถที่เพียบพร้อมกับการจะเป็นดาราหรือนักแสดงนั่นเอง” เอาจริง ๆ
แล้วหรือเธอหลงตัวเองไป
“ฉันจะเป็นดาราฉันจะทำให้ได้ฉันมีความฝัน........”
เสียงมารีย์ร้องเพลงแบบโอเบล่า พร้อมทั้งสีหน้าที่สนุกสนาน
เช้าวันใหม่อากาศที่สดใส
สายมอกบาง ๆ ที่พัดผ่านไปดวงอาทิตย์เริ่มทอแสงลงมาที่พื้นคอนกรีตกลางกรุงเมืองใหญ่
เมืองที่ไม่เคยหลับนอนเมืองผู้คนวุ่นวายหวังได้แข่งขัน
ยิ่งทำให้มารีย์ได้หวนคิดถึงบ้านคิดถึงบรรยากาศที่อบอุ่นครอบครัวที่น่ารักแต่คิดแล้วก็อดโกรธไม่ได้ที่พ่อกับแม่ไล่มารีย์ออกจากบ้านแต่ถ้ามารีย์มี.
งานและมีชื่อเสียงก็อาจทำให้พ่อแม่ยอมรับในตัวมารีย์ให้ได้
ณ โรงแรมปองดอง
“สวัสดีค่ะยินดีต้อนรับค่ะ” เสียงมารีย์พนักงานตอนรับกล่าวด้วยเสียงยินดี
“เออคือว่าต้องการที่จะมาเช่าสถานที่ของโรงแรมถ่ายละครจะได้ไหมครับ” เสียงชายหนุ่มรูปหล่อพูดด้วยความจริงจังด้วยสีหน้าที่สดใส
“สักครู่นะคะต้องแจ้งที่ผู้จัดการก่อนค่ะ”
“โอเคครับผมนั่งรอที่ล็อบบี้นะครับ” เสียงชายหนุ่มพูดและมารีย์ก็เลยเดินจากไป
ณ ตอนนั้นมารีย์ก็เลยนึกในใจว่า
“เฮ้ย....ดิโอกาสจะมาถึงแล้วหรอถึงจะได้อยู่ใกล้ดาราฉันต้องใช้โอกาสนี้ให้มีประโยชน์เพื่อฉันจะได้ออกกล้องแล้วเป็นดาราเหมือนเค้าสักทีความฝันฉันก็จะเป็นจริง.....”
“ผู้จัดการคะคือมีกองถ่ายละครเค้าต้องการสถานที่ของโรงแรมเราถ่ายทำละครหนึ่งฉากค่ะ” มารีย์พูดกับผู้จัดการ
“ไม่มีปัญหาเริ่มถ่ายได้เลยตามสบายเดี๋ยวให้คนไปดูแลเขาด้วยล่ะ” ผู้จัดการพูดกับมารีย์ด้วยเสียงเต็มใจ
“โอเคค่ะผู้จัดการเดี๋ยวหนูแจ้งทางกองถ่ายนะคะ.” แล้วจากนั้นมานี่ก็ได้เดินไปบอกชายหนุ่ม
“คุณพี่คะผู้จัดการแจ้งมาว่าถ้าทำละครได้เลยค่ะตามสบายถ้ามีปัญหาอะไรแจ้งได้เลยนะคะ”
“แต่ถ้าพี่ขาดนักแสดงหรือตัวประกอบดูก็พอได้อยู่นะคะอิอิ”
มารีย์พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนนุ่มและทำท่ายาวยวนตามด้วยเสียงขำเล็กน้อย
“ฮ่าฮ่าฮ่า ได้เลยครับเดี๋ยวพี่จะแจ้งไปนะถ้าพี่ต้องการ”
และพี่เขาก็เดินจากไป
ตอนนั้นภาพที่มารีย์เห็นภาพเต็มไปด้วยกองละครที่กำลังทำงานกันอย่างวุ่นวาย
ตากล้องที่ถือกล้องถ่ายดาราในแต่ละฉาก ผู้กำกับที่คอยสั่งแต่ละเทป ช่างแต่งหน้าที่กำลังปัดแก้มและ
ซับหน้าดาราที่กำลังถ่ายในฉากนั้นมันยิ่งทำให้ความฝันของมารีย์พองโตมารีย์เดี๋ยวไปแอบดูการถ่ายละครในครั้งนี้
“เฮ้ยใครน่ะออกมามันเข้ากล้อง” เสียงผู้กำกับตะโกนดังลั่น
“เออมารีย์เองค่ะมาคอยดูแลและตรวจสอบค่ะ” มารีย์พูดดำน้ำเสียงที่สั่นเครือ ด้วยสีหน้าที่ไร้ความมั่นใจ
“พี่คะคือเพื่อน
นางเอกเค้าประสบอุบัติเหตุค่ะเค้ามาถ่ายละครกับเราไม่ได้” เสียงจากหญิงสาวตัวเตี้ยพูดกับผู้กำกับด้วยน้ำเสียงที่ตกใจ
“เอาแล้วไงถามกูแล้วไงโอ้ยกูปวดหัวแล้วทำไงเนี่ย” เสียงผู้กำกับพูดขึ้นพร้อมกับเอามือกุมหัว
ฟ้าเปิดทางหรืออะไรกันแน่
ที่ทำให้ฉันจะได้เป็นดาราในวันนี้จริง ๆ หรอมารีย์เงยขึ้นแล้วมองหน้าไปที่ผู้กำกับและส่งสายตาอันอ่อนหวานยาวยวนชวนให้หลงใหล
เพื่อที่ตัวเองจะได้แสดงเป็นเพื่อนนางเอกในครั้งนี้
“เออว่าแต่หนูพนักงานคนนี้ก็ใช้ได้นะเนี่ยรูปร่างหน้าตาเหมาะกับคาแรกเตอร์เพื่อนนางเอกเลยW
“หนูว่าไงได้ไหมพิมพ์” ผู้กำกับพูดกับนางเอกด้วยเสียงสงสัย
“ได้ค่ะพี่หนูว่าก็โอเคเลย” เสียงพิมพ์พูดดังขึ้น
“เอองั้นหนูเล่นเป็นเพื่อนนางเอกแทนก่อนได้ไหมวันนี้” ผู้กำกับพูดกับมารีย์ด้วยเสียงอ่อนนุ่มและจริงจัง
“ได้ค่ะไม่มีปัญหาเลยแต่ไม่เต็มที่นะคะ” มารีย์พูดด้วยน้ำเสียงยินดีและใบหน้ามีความสุข
ฝันอันสูงสุดของฉันก็จะเป็นจริงฉันต้องทำออกมาให้ได้
จะต้องแสดงศักยภาพเพื่อให้ได้เข้าวงการมายามีชื่อเสียงโด่งดัง
จากนั้นมารีย์ก็แต่งหน้าพร้อมทั้งแต่งตัว
เพื่อรอที่จะเข้าช้าฉากแรก เป็นฉากแรกมารีย์ทำได้ดีมากราวกับว่าเป็นนักแสดงมืออาชีพ
ทำให้ผู้กำกับรู้สึกประทับใจและชอบ ในตัวเขามากในการแสดงครั้งแรกรู้สึกประทับใจและฉากนั้นเป็นฉากที่มารีย์ต้องร้องไห้กับนางเอก
เค้าทำออกมาได้สมจริงราวกับว่าเป็นดาราแถวหน้าของเมืองไทย
จึงทำให้มารย์สาวน้อยผู้มีความฝัน ได้เข้าโอกาสซุปตาร์เมืองไทยดาราดังได้เพียงข้ามคืน
บ่าวคำเลาะ