วันเสาร์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

ภารกิจ 3/1 บับันเทิงคดีของตัวเอง

ภารกิจ 3/1


1.คิดรูปแบบประเภทงานบันเทิงคดีที่ตนเองจะเขียน

ประเภทเรื่องสั้น เพราะถ้าทำให้ผู้ที่อ่านเข้าถึงอารมณ์ได้ง่ายและชัดเจนตรงประเด็นที่ต้องการจะเขียนแล้วทำให้ผู้อ่านมีความคิด ความรู้สึก อารมณ์อยู่ตลอดเวลา 

2.นำเสนออธิบายเหตุผลแลกเปลี่ยนกันอย่างสร้างสรรค์

เรื่องที่จะเขียนเกี่ยวกับเรื่องความสวยความงามเชื่อว่าทุกคนที่เกิดมาต่างต้องการที่จะดูดีเพื่อให้คนภายนอกสนใจและมองเราอยากมีความสุข จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ผมต้องเขียนเรื่องนี้เพราะมันเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวสามารถให้ความรู้และข้อสงสัยจากผู้ที่ต้องการรู้ ว่าเรื่องความงามนะปัจจุบันนี้มีการพัฒนาไปอย่างก้าวไกล และมีนวัตกรรมใหม่ใหม่ที่ทำให้เราสวยและดูดีได้ภายในเวลาไม่นาน

วันศุกร์ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

ภารกิจที่ 2/1 นินทาความรักของตนเอง
เรื่อง พรหมลิขิต
ความรักเป็นสิ่งที่สวยงามทุกคนบนโลกนี้เกิดมาต่างมีความรักที่แตกต่างกัน แต่ความรักนั้นก็ทำให้เรามีความสุขแล้วเรามีความทุกข์ได้ในเวลาเดียวกัน และผมก็เป็นอีกคนที่มีความรักเหมือนๆกับทุกคน
ในเรื่องความรักผมถือว่าผมเป็นคนที่โชคดีในเรื่องนี้ไม่มากก็น้อย ไม่รู้เป็นเพราะหน้าตาหรือเสน่หาอันใดมันทำให้ผมมีคนเข้ามาสนใจ พูดคุยอยู่ตลอด ผมก็ไม่ได้ถือตัวหรือหญิงแต่อย่างใดก็พูดคุยกับทุกคนที่เข้ามาเพราะคิดว่ามีคนรักย่อมดีกว่ามีมีคนเกลียด และจุดนั้นผมก็ไม่เคยที่จะคิดจริงจังกับใครเพราะผมโฟกัสในเรื่องการเรียนจนเป็นระยะเวลาผ่านมาหนึ่งปี มันทำให้ผมรู้ว่าเราควรหยุดที่จะคุยเล่นไปวันๆ เราควรโฟกัสในเรื่องการเรียนและเรื่องงานจะดีกว่าเพราะเราก็อายุขนาดนี้แล้วควรที่จะคิดได้และแยกแยะว่าใครจริงจังและไครแค่คุยเล่น
ในวันที่ผมหยุดคุยกับทุกคนเสียงแจ้งเตือน Facebook ก็ดังขึ้น ตึดึง! ผมคิดในใจว่า"ใครอะไรมาคอมเม้นต์อะไรว่ะ" แต่มันไม่ใช่อย่างที่คิดมีเพื่อนใน Facebook คนหนึ่งแอดเฟรนผมมา และผมก็ได้เปิดเข้าไปดูโปรไฟล์ของเขามันทำให้ผมรู้สึกว่าคนนี้แหละที่ผมตามหามานาน ผมก็ไม่รีรออะไรเปิดเข้าไปในกล่องข้อความแล้วทักไปบอกเขาว่า"รับแอดแล้วนะครับ" หลังจากนั้นเราก็ได้คุยกันมาได้เรื่อยๆจนรู้สึกดี รู้สึกว่าคนนี้แหละใช่เลย เราคุยกันเป็นระยะเวลาหกเดือนศึกษานิสัยใจคอและทัศนคติของแต่ละคน จนมาถึงวันนั้นผมขอเค้าเป็นแฟน ผมตื่นเต้นมากกลัวเค้าไม่รับแต่คำตอบที่ผมได้คือ "อืมยิ้มและพยักหน้า" ผมทำอะไรไม่ถูกอาการตอนนั้นคือหน้าแดงมาก หลังจากนั้นเราก็ได้คบกันเป็นแฟน คนที่เป็นแฟนกันไม่ควรที่จะปิดบังอะไรกันผมก็เป็นอีกหนึ่งคนที่ทุ่มเทกับความรักและมอบหัวใจให้กับคนที่รัก แต่สิ่งที่ตามมานั่นก็คือพ่อของผมไม่ยอมรับในตัวแฟนผมเค้าคิดว่า"เราเป็นผู้ชายเราต้องเลือกสิ่งที่ถูกต้องนะลูก" จนทำให้พ่อผมไม่คุยกับผมนานพอสมควร และทางพ่อแฟนก็รู้สึกว่าจะไม่โอเคในรักครั้งนี้ของลูกเขา เราเจออะไรมาหลายอย่างทั้งร้องไห้ทั้งเสียน้ำตามาด้วยกันแต่สุดท้ายเราก็ผ่านมันมาได้ ทั้งสองฝ่ายต่างยอมรับ. และเชื่อในการตัดสินใจของเรา
จนมาถึงวันที่ผมแอบนอกใจเค้า และในครั้งนี้เค้าก็จับได้ผมก็ได้พูดแต่ว่า "ขอโทษครับ" มันเป็นประสบการณ์ชีวิตสำหรับคนที่มีคู่อยู่แล้วไม่ควรที่จะนอกใจกันแล้วมันทำให้คนที่เรารักคนที่เราทุ่มเทฉันเสียใจมาก และในครั้งนี้ผมตามรอเค้าอยู่สองสัปดาห์. ในที่สุดเราก็กลับมาคุยกันเหมือนเดิมผมก็บอกกับเขาว่า"ผมจะไม่ทำแบบนี้อีกเป็นครั้งที่สอง" หลังจากนั้นความรักของเราก็มีความสุข เราอยู่ห่างไกลกันมากความห่างไกลนี้มันทำให้เราคิดถึงกันยิ่งขึ้นถึงจะไกลแค่ไหนสุดขอบฟ้าแต่คนเรามันยังรักกันคิดถึงกันนั่นแหละมันคือความรักที่แท้จริง ตอนนี้ก็เป็นระยะเวลาสองปีครึ่งที่เราคบกัน มันคือพรหมลิขิตที่เราได้มาเจอกัน
ความรักไม่มีถูกไม่มีผิดเพราะความรักเป็นสิ่งที่เรานิยามมันขึ้นมาเองกำหนดความรักขึ้นมาเอง จะสุขก็เพราะตัวเราจะทุกข์ก็ตัวเรา

วันเสาร์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

การเขียนบันเทิงคดี

ภารกิจที่ 1 นินทาเพื่อน


เรื่อง สาวผู้น้อย...ในผู้มาก

      “กินอะไรเล่าเธอถึงได้งามแสนงาม งามเลิศวิไล กินอะไรเล่าเธอถึงได้งามแสนงาม งามล้ำเกินคน”หญิงใดเล่าจะงามเท่าเธอในความสวยสุดซึ้งของเธอนั้นไม่มีใครเทียบได้
หญิงสาวผู้ที่เต็มไปด้วยผู้ เฮ้ย! หญิงสาวผู้ที่เต็มไปด้วยความสามารถ เฮ้ย! ถูกแล้ว.....หญิงสาวคนนี้เขาเป็นคนที่เอาใจใส่ต่อทุกคน และคนรอบข้างต่างก็รักในตัวเธอเพราะ มีหน้าตาที่เป็นกัลยาณมิตรต่อทุกคนที่พบเจอโดยเฉพาะ เพศตรงข้าม เหนือสิ่งอื่นใดนั้นอันดับแรก ผมจะเม้าส์ผู้ของเขานั้นเอง ผู้ ณจุดๆนี้คือผู้ชาย ก็อื่นต้องออกตัวก่อนเลยว่าไม่ค่อยได้สนิทกับหญิงคนนี้เท่าไรหนัก พอได้มาทำงานร่วมกันก็พอจะได้สนิท และรู้ถึงนิสัยของเขาดีพอสมควร ณ จุดๆนั้นผมก็เคยถามเขาว่า “เฮ้ยๆ...แกมีแฟนป่าวเอาจริงแกก็สวยนะเว้ยยย” (ทำหน้าใสๆตอนถาม)  นางตอบ “จะบ้าหรอนี่เราโสดมากแก”(คิดในใจอีนี้ตอป่าวว่ะ) เอาเหอะเชื่อนาง พอทำงานไปสักพักใหญ่ๆ อุปกรณ์หมด กระดาษไม่พอ กาวติดกระดาษต้องเพิ่ม ต่างๆนาๆ ณ จุดๆนั้นร้านแถวมอก็ปิดหมดแล้ว สิ่งที่ต้องการก็ไม่มีทำใงล่ะทีนี้ ผมก็เลยถามหญิงสาวคนนั้นว่า “เอาไงดีอ่าแกงานเราก็ยังไม่ได้ถึงไหนเลย” เพื่อนที่อยู่ในกลุ่มก็พูดขึ้นมาเป็นภาษาอีสานว่า “จะแม่นซั่งคักซั่งแน่ บ่งามกะแก้เฮ็ดอยู่นิล่ะกูล่ะหน่า” เพื่อนอีกคนก็พูดว่า “ว่ายุย้านแต่บ่คักบ่แน่ จักสิเอาเท่ห์สำได๋เท่ห์บ่เทห์กะเอาโลดอึ!” เป็นวิชาที่ทุกคนต่างรู้ดีคือต้องทำโปรเจค และอาจารย์ต้องการโปรเจคแบบ เท่ห์ๆ ผมได้ยินแล้วก็ขำกับเพื่อนอีกคน หลังจากนั้นสาวหญิงสาวผู้ที่ผมนินทา เขาก็จัดแจงแต่งการหาผู้ ดำเนินการในการซื้อของโดยทั้งที่เขาบอกว่าเขาโสดเขาเลยใช้ความสวยในการเรียกผู้ พาไปซื้อของที่ในเมือง หลังจากนั้นไม่กี่นาทีต่อมา. ก็มีรถเก๋งคันหนึ่งสีดำมาจอดหน้าประตูห้องของเขาและเขาก็ได้ขึ้นรถไปซื้อของส่วนเพื่อนก็ได้แต่มองหน้ากัน เพื่อนก็พูดพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมายขึ้นว่า “เลิศอยู่น้าาาาา” ในส่วนของเรื่องผู้ ก็ขอยุติไว้เพียงเท่านี้ทำเมาส์ไปมากกว่านี้ก็คงไม่ดีเท่าไหร่


เอาจริงๆแล้วเพื่อนคนนี้ก็เป็นคนที่น่ารักอีกคนเขาเอาใจใส่ กับผมพอสมควรมีอะไรก็ช่วยเหลือทุกอย่างให้คำแนะนำหรือเวลาผมมีปัญหาหรือต้องการให้เธอช่วยเธอเขาจะช่วยผมเสมอ ถึงแม้เราจะไม่ได้สนิทกันมากเท่าไหร่แต่เขาเต็มใจที่จะช่วยเหลือและให้คำแนะนำอยู่ตลอด ผมโชคดีมากที่ได้รู้จักกับพี่คนนี้ ณ จุดจุดนี้นางเพิ่งไปตัดผมสั้นมาจ้า......